การสำรวจความพึงพอใจ ปี 2559 (ฉบับสมบูรณ์)

59 และครูที่ทําหน้าที่ให้บริการด้านสุขภาพ รวมจํานวน 2 คน และใช้แบบสอบถามที่ตอบด้วยตนเองกับ ผู้ปกครองเด็กนักเรียน จํานวน 580 คน ในทั้งสองโรงเรียน ผลการศึกษา พบว่าโรงเรียนที่มีครูพยาบาล มีจํานวนห้องและนักเรียนมากกว่าโรงเรียนที่ไม่มี ครูพยาบาลประจํา สําหรับผู้ปกครองที่เป็นกลุ่มตัวอย่างเป็นชาย ร้อยละ 53.1 อายุเฉลี่ย 37.5 ปี ประมาณหนึ่งในสามของผู้ปกครองเป็นข้าราชการ รองลงมา ร้อยละ 17.1 เป็นลูกจ้างบริษัทเอกชน การศึกษายังพบว่าทั้งครูพยาบาลโรงเรียน ครูที่ทําหน้าที่ให้บริการด้านสุขภาพ และผู้ปกครอง มีความคิดเห็นตรงกันว่าจําเป็นต้องมีครูพยาบาล (จบด้านการแพทย์หรือพยาบาล) ทํางานประจําและ เต็มเวลา สําหรับบทบาทที่สําคัญของครูพยาบาลในโรงเรียนมีอยู่ 6 ประการ คือ 1) การปฐมพยาบาล และการดูแลในภาวะฉุกเฉินในเด็กนักเรียน 2) การคัดกรองด้านสุขภาพ 3) การจัดทําทะเบียนประวัติ ของเด็กนักเรียน 4) การจัดระบบสุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน 5) การเป็นผู้ให้คําปรึกษาแก่ นักเรียน ครู และผู้ปกครองด้านสุขภาพ และ 6) การให้สุขศึกษา ส่วนกิจกรรมที่จําเป็นอย่างยิ่ง 5 ประการ ที่ครูพยาบาลในโรงเรียนต้องดําเนินการ คือ 1) การดูแลเรื่องสุขาภิบาลด้านอาหารกลางวัน สําหรับเด็กนักเรียนและครู 2) การตรวจสุขภาพและลงรายงานผลการตรวจลงในระเบียนอย่างต่อเนื่อง 3) การจัดหายาที่จําเป็นสําหรับเด็กนักเรียนและครู 4) การจัดหาน้ําดื่มที่สะอาดและการจัดการ สุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม 5) จัดกิจกรรมการเรียนการสอนในเรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมสําหรับเด็กนักเรียน และครู บทบาทและบริการนทั้งหมดของครูพยาบาลโรงเรียน สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวง สาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ นอกจากนั้น ยังพบว่าผู้ปกครองของโรงเรียนที่มีครูพยาบาล ทราบที่ตั้งของห้องพยาบาลอย่างถูกต้อง ได้รับข้อมูลด้านสุขภาพมากกว่าโรงเรียนที่ไม่มีครูพยาบาล (p<0.001) นอกจากนี้ ผู้ปกครองร้อยละ 94.6 เห็นด้วยที่จะสนับสนุนการให้บริการสุขภาพในโรงเรียน และร้อยละ 81 เห็นด้วยโดยการจ่ายเงินสนับสนุนโดยตรง จากผลการศึกษาสามารถประยุกต์ใช้เป็น ข้อเสนอแนะ แนวทาง และยุทธศาสตร์ในการจัดให้มีครูพยาบาลในโรงเรียนต่อไป ทองเลื่อน เสาร์ทอง (2551) ศึกษาความพึงพอใจในการให้บริการออกใบอนุญาตจําหน่าย สุรา-ยาสูบ ของสํานักงานสรรพสามิตพื้นที่บุรีรัมย์สาขาตรึก มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความพึงพอใจ ของผู้รับบริการต่อการให้บริการ ด้านการขอใบอนุญาตจําหน่ายสุรา-ยาสูบ ของสํานักงานสรรพสามิต พื้นที่บุรีรัมย์สาขาสตึก เป็นการศึกษาประชากรผู้มารับบริการต่อการให้บริการด้านการขอใบอนุญาต จําหน่ายสุรา-ยาสูบ ของสํานักงานสรรพสามิตพื้นที่บุรีรัมย์สาขาสตึก จํานวน 120 คน เครื่องมือที่ใช้ เป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ คือ ความถี่ ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษา พบว่าผู้รับบริการมีความพึงพอใจต่อการให้บริการด้านการขอใบอนุญาตจําหน่าย สุรา-ยาสูบ ของสํานักงานสรรพสามิตพื้นที่บุรีรัมย์สาขาสตึก โดยรวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณา เป็นรายด้าน พบว่าอยู่ในระดับมากทั้งสามด้าน คือ ด้านการบริการของเจ้าหน้าที่ ด้านสถานที่ และด้าน ระบบงาน ตามลําดับ ข้อเสนอแนะ คือ ควรให้มีการอธิบายเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ สรรพสามิตให้ชัดเจนมากกว่านี้ ควรให้เจ้าหน้าที่แต่งกายสุภาพโดยสวมเครื่องแบบขณะปฏิบัติหน้าที่

RkJQdWJsaXNoZXIy MTQ0NjMy