การสำรวจความพึงพอใจ ปี 2559 (ฉบับสมบูรณ์)
58 ผู้มารับบริการด้านทะเบียนราษฎร จากสํานักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลเมืองท่าบ่อ ในปี พ.ศ.2550 จํานวน 260 คน ใช้วิธีการสุ่มแบบง่ายและแบบกําหนดโควตา การเก็บรวบรวมข้อมูลใช้แบบสอบถาม มาตราส่วนประมาณค่า สถิติที่ใช้ ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบ ค่าที และการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว และเปรียบเทียบรายคู่ด้วยวิธีการ LSD โดยตั้ง ระดับนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการศึกษา พบว่าระดับความพึงพอใจของผู้มารับบริการที่มีต่อการให้บริการของงาน ทะเบียนราษฎร สํานักทะเบียนเทศบาลเมืองท่าบ่อ ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็น รายด้าน 5 ด้าน อยู่ในระดับมาก เรียงค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือ ด้านการให้บรการอย่างเท่าเทียม กัน ด้านการให้บริการอย่างรวดเร็วทันเวลา ด้านการให้บริการที่มีความก้าวหน้า ด้านการให้บริการ อย่างเพียง และด้านการให้บริการอย่างต่อเนื่อง การเปรียบเทียบความพึงพอใจระหว่างเพศ พบว่าเพศ ชายและเพศหญิงมีความพึงพอใจแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยภาพรวมเพศชาย มีระดับความพึงพอใจมากกว่าเพศหญิง การเปรียบเทียบความพึงพอใจระหว่างกลุ่มอาชีพ พบว่ากลุ่ม อาชีพมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยกลุ่มอาชีพรับราชการ พนักงาน รัฐวิสาหกิจ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น มีระดับความพึงพอใจมากกว่ากลุ่มเกษตรกรหรือรับจ้าง ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ด้านการให้บริการอย่างเท่าเทียมกัน พบว่าผู้มารับบริการด้าน งานทะเบียนราษฎร ต้องการให้มีเจ้าหน้าที่ไว้คอยให้บริการแนะนําระเบียบขั้นตอนต่างๆ ด้วยความ เอาใจใส่อย่างเท่าเทียมกัน ถึงแม้อาจล่าช้าเล็กน้อย ด้านการให้บริการอย่างรวดเร็วทันเวลา ขอให้ ปรับปรุงขั้นตอนในการให้บริการให้มีความรวดเร็ว มีความคล่องตัว เกื้อกูลสัมพันธ์กันของช่องทางเดิน ของงานที่ให้บริการตั้งแต่ต้นจนเสร็จ ด้านให้บริกาอย่างเพียงพอ ควรจัดให้มีพนักงานให้บริการอย่าง เพียงพอและควรจัดสถานที่นั่งรอรับบริการให้มีจํานวนเพียงพอกับผู้มาติดต่อขอรับบริการ ด้านการ ให้บริการอย่างต่อเนื่อง ควรจัดเจ้าหน้าที่งานทะเบียนราษฎรไว้คอยรับบริการในระหว่างพักรับประทาน อาหารกลางวัน และงานที่เชื่อมโยงต่อเนื่องกันควรมีการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ ด้านการให้บริการ อย่างก้าวหน้า ควรให้มีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้ความสามารถและความชํานาญในการ ให้บริการอยู่เสมอ และควรจัดให้มีระบบรับฟังข้อเสนอแนะหรือข้อร้องเรียน เช่น กล่องรับฟังความ คิดเห็นเฉพาะของสํานักทะเบียนท้องถิ่น ข้อเสนอแนะทั่วไป คือ ควรจัดให้มีสถานที่บริการถ่ายเอกสาร ที่สะดวกและราคาเหมาะสม และควรจัดให้มีโทรศัพท์สาธารณะที่ใช้การได้ดีและเพียงพอ เพือง เฮียน เหงียน (2551) ศึกษาความคิดเห็นต่อการทํางานของครูพยาบาล และการรับรู้ของ ผู้ปกครองต่อบทบาทของครูพยาบาลและบริการสุขภาพสําหรับนักเรียน โรงเรียนประถมศึกษา จังหวัดบักนีน ประเทศเวียดนาม มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาความคิดเห็นต่อบทบาทและการปฏิบัติงาน ของครูพยาบาล และการยอมรับของผู้ปกครองเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษา ต่อบทบาทและ การให้บริการสุขภาพของครูพยาบาลโรงเรียน ทั้งในโรงเรียนที่มีและไม่มีครูพยาบาลประจํา ซึ่งเป็น การศึกษาทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกด้วยแนวคําถามกับครูพยาบาล
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy MTQ0NjMy