การสำรวจความพึงพอใจ ปี 2559 (ฉบับสมบูรณ์)
47 จอดรถให้มากกว่านี้ ด้านเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการมีจํานวนไม่เพียงพอ และควรมีหน่วยงานให้ คําปรึกษาโดยเฉพาะ ประทุมพร พลายเมือง (2546) การศึกษาเรื่องความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการ ของเทศบาลนครอุบลราชธานี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการ ของเทศบาลนครอุบลราชธานีเพื่อเปรียบเทียบระดับความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการของ เทศบาลนครอุบลราชธานี จําแนกตาม เพศ อายุ การศึกษา อาชีพ รายได้และสถานภาพสมรส เพื่อ ศึกษาปัญหาและข้อเสนอแนะของประชาชน เพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผนพัฒนางานของเทศบาลนคร อุบลราชธานี วิธีเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์โปรแกรม SPSS/PC ใช้สถิติค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่า t-test และค่า F-test โดยกําหนดระดับความมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการวิจัยพบว่า ประชาชน ที่มารับบริการที่เทศบาลนครอุบลราชธานีมีความพึงพอใจในการให้บริการด้านทะเบียนราษฎร์ ด้านการศึกษา ด้านการคลัง ด้านสํานักการช่าง ด้านประชาสัมพันธ์ ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม อยู่ในระดับปานกลาง การศึกษาเปรียบเทียบระดับความพึงพอใจ ของประชาชนต่อการให้บริการ เทศบาลนครอุบลราชธานี ตามตัวแปรต้นคือ เพศ อายุ การศึกษา อาชีพ รายได้และสถานภาพสมรส ผลการวิจัยพบว่า ตัวแปรต้นที่มีผลทําให้ความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการของเทศบาลนคร อุบลราชธานี แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ คือ เพศ อายุ รายได้ ส่วนตัวแปรต้นที่ไม่มีผลต่อ ความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการของเทศบาลนครอุบลราชธานี คือ เพศ อายุ สถานภาพ สมรสและจากการศึกษาปัญหาและข้อเสนอแนะของประชาชนต่อการให้บริการของเทศบาลนคร อุบลราชธานี คือ การให้บริการเป็นกันเอง รวดเร็ว ถูกต้อง โปร่งใส การพัฒนาบ้านเมืองได้น่าอยู่ มี ความสะอาดเรียบร้อย สิ่งที่เทศบาลนครอุบลราชธานีควรปรับปรุงเพิ่มเติม คือ การพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐาน การบริการในช่วงพักเที่ยง การเก็บขยะในเขตเทศบาลให้เก็บทุกวัน สําหรับ ปัญหาที่สําคัญคือ เทศบาลเก็บภาษีสูงเกินไปและมีข้อเสนอแนะอื่นๆ อีกหลายประเด็น เป็นต้นว่าให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในการตรวจสอบระบบราชการ จัดให้มีเสียงตามสายและให้มีการประชาสัมพันธ์ เรื่องวิธีการทิ้งขยะให้ มากขึ้น ปัญหาที่เกี่ยวกับเทศบาลนครอุบลราชธานี ที่ควรมีการดําเนินการวิจัยต่อไป คือ การมีส่วนร่วม ของประชาชนต่อการดําเนินงานทุกด้านของเทศบาลนครอุบลราชธานี กิตติ เอกอภิวงศกุล (2547) ศึกษาว่า ย่านธุรกิจการค้าของนครหาดใหญ่ในปัจจุบันประสบ ปัญหาที่จอดรถบนถนนขาดแคลน โดยความรุนแรงของปัญหาเพิ่มขึ้นเนื่องจากการแก้ไขปัญหาที่ ปลายเหตุ จึงไม่สามารถลดปัญหาได้อย่างแท้จริง ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสังเกตการณ์ การสัมภาษณ์ผู้ใช้ที่จอดรถ และเจ้าของกิจการในพื้นที่ศึกษา ซึ่งรวบรวมข้อมูลทั้งด้านอุปทานและ อุปสงค์การจอดรถจากการศึกษาพบว่าปัจจัยที่สําคัญของปัญหา ประกอบด้วย 4 ปัจจัย ได้แก่ 1) ปัจจัย ด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน 2) ปัจจัยด้านการบังคับใช้กฎหมาย 3) ปัจจัยด้านพฤติกรรมของผู้ใช้ และ 4) ปัจจัยด้านการจัดการทางวิศวกรรม ดังนั้น การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงมีความจําเป็นอย่างยิ่งเพื่อนํา แนวทางยุทธศาสตร์ประยุกต์ใช้กับแนวทางทฤษฎีทางด้านวิศวกรรมเพื่อขจัดปัญหาดังกล่าว การแก้ไข
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy MTQ0NjMy