โครงการศึกษาประวัติสวนทุเรียนนนท์ ฯ

14 ท่ามกลางกระแสทางการเมืองในช่วงเวลาดังกล่าว การดารงพระราชอานาจและพระราชฐานะ ของพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญเป็นพระองค์แรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยนับเป็นสถานการณ์ที่ ยากลาบากของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ตามความสัมพันธ์ระหว่างพระองค์และรัฐบาล คณะราษฎรซึ่งบริหารประเทศอยู่ในขณะนั้นไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เนื่องจากพระองค์ทรงเห็นว่าการกระทา บางอย่างของรัฐบาลไม่เป็นไปตามแบบแผนแห่งการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอย่างที่วางไว้ พระองค์จึงเสด็จไปรักษาพระเนตรและผ่อนคลายความตึงเครียดทางการเมืองที่ประเทศอังกฤษ พร้อม ด้วยสมเด็จพระนางเจ้าราไพพรรณี พระบรมราชินี ขณะที่ประทับรักษาพระองค์อยู่ที่ประเทศอังกฤษ นั้นเอง ยังทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยขัดแย้งกับรัฐบาลในอีกหลายเรื่อง แม้ว่าจะมีการประนีประนอม ระหว่างกันแต่สถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น ข้อขัดแย้งหลายประการยังไม่สามารถยุติลงได้ ท้ายที่สุดในวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2477 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตัดสินพระราชหฤทัยสละราชสมบัติ ณ ประเทศอังกฤษ โดยที่มีโทรเลขในการแจ้งการตัดสินพระราชหฤทัยมาตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2476 แล้ว แต่ในเวลานั้นยังอยู่ในขั้นตอนการประนีประนอมไม่ให้พระองค์ทรงสละราชสมบัติแต่ไม่สาเร็จ เมื่อเป็นเช่นนั้นรัฐบาลจึงเห็นควรให้กราบบังคมทูลเชิญ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล เจ้านายเชื้อพระบรมวงศ์พระองค์ที่ 1 ในลาดับสืบพระราชสันตติวงศ์ตามกฎมณเฑียรบาล ขึ้นรับสิริราช สมบัติ โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบให้สถาปนาพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล เป็น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสืบราชสันตติวงศ์ต่อไปตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2477 ฐานันดรของ สมเด็จย่า จึง เปลี่ยนไป โดยได้ทรงรับการสถาปนาให้เป็น “พระราชชนนีศรีสังวาลย์” และเนื่องด้วยสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลยังทรงพระเยาว์ มีพระชนมายุเพียง 9 พรรษา จะทรงบริหารพระราชภาระไม่ได้ สภาผู้แทนราษฎรจึงแต่งตั้ง พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอนุวัฒน์จาตุรนต์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า อาทิตย์ทิพอาภา และเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เป็นคณะผู้สาเร็จราชการแทนพระองค์ เวลาผ่านไปสมเด็จย่า ทรงถวายพระอภิบาลอบรมทั้งพระโอรสและพระธิดา ไม่ว่าจะเป็นความรู้ที่ เด็กๆ ทุกคนต้องศึกษา ตลอดจนเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับพระราชกิจในฐานะพระเจ้าแผ่นดิน พระราชประเพณี ต่างๆ เพื่อเตรียมพระองค์ให้พร้อมสาหรับการเป็นพระมหากษัตริย์สมบูรณ์ในระบอบประชาธิปไตย และมี พระอุปนิสัยที่ดีงาม ซึ่งเป็นพื้นฐานของการพัฒนาให้ทรงไว้ซึ่งในทศพิธราชธรรม สมเด็จย่า ทรงอบรมให้ ทุกพระองค์ทรงเป็นเจ้านายไทยที่มุ่งสร้างประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองในอนาคต เป็นผู้มีระเบียบวินัยทั้ง กายและใจ มีคุณธรรม รับผิดชอบในหน้าที่ ทรงได้ตระหนักดีว่าสิ่งเหล่านี้เป็นหัวใจของการเป็นพลเมือง และพระมหากษัติรย์ที่ดี การถวายการอบรมสั่งสอนที่ดีของสมเด็จย่า ได้รับการชื่นชมจากพระบรมวงศานุ วงศ์และประชาชนโดยทั่วไป ดังเช่นที่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพ ทรงตรัส ชื่นชมสมเด็จย่า ว่า

RkJQdWJsaXNoZXIy MTQ0NjMy