โครงการศึกษาประวัติสวนทุเรียนนนท์ ฯ
11 เมื่อกลับมายังประเทศไทย สมเด็จพระบรมราชชนก ได้ทรงเข้ารับราชการและทรงงานอย่างหนัก ตรากตราพระวรกายจนพระสุขภาพทรุดโทรม แพทย์จึงลงความเห็นว่า ควรจะเสด็จไปรักษาพระองค์ใน ประเทศที่มีอากาศหนาว พระองค์จึงตัดสินพระทัยนาครอบครัวเดินทางไปรักษาพระองค์เองพร้อมกับทรง ศึกษาต่อ ณ ประเทศเยอรมนี แต่ในวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2468 สมเด็จย่าก็ได้ให้กาเนิดสมาชิกองค์ที่ 2 แห่งราชสกุลมหิดล ณ เมืองไฮเดลเบิร์ก ประเทศเยอรมนี โดยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 พระราชทานพระนามให้ว่า “หม่อมเจ้าอานันทมหิดล” หลังจากที่พระโอรสประสูติได้ไม่กี่เดือน สมเด็จพระบรมราชชนกทรงเสด็จกลับประเทศไทยเพียง พระองค์เดียวเพื่อถวายเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวพระบรมเชษฐาธิราช ซึ่งเสด็จสรรคตเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 และทรงประทับอยู่ร่วมในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ระหว่างนั้นสมเด็จย่า ได้ประทับอยู่กับพระธิดาและพระโอรส และทรงเลี้ยงดูพระโอรสและพระธิดาด้วยพระองค์เอง ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส จนถึงเดือนเมษายน พ.ศ. 2469 สมเด็จย่าทรงตัดสินพระทัยพาครอบครัวไปเมืองโลซานน์ สวิสเซอร์แลนด์ เนื่องจากทรงเคย ได้รับฟังคาบอกเล่าจาก Dr. Francis B. Sayre ชาวอเมริกันที่ปรึกษาของกระทรวงการต่างประเทศซึ่งได้ เล่าถวายให้พระบรมราชชนกฟังว่า ที่เมืองนี้มีสถานที่รับเลี้ยงเด็กแห่งหนึ่งที่ดูแลเด็กอย่างถูกอนามัย ชื่อว่า “ชองโซเลย์” (Champ Soleil) จนกระทั่งช่วงราวเดือนมิถุนายน หรือ กรกฎาคม พ.ศ. 2469 สมเด็จพระบรมราชชนก ได้เสด็จ มาสมทบกับครอบครัว ทั้งสองพระองค์รวมทั้งพระธิดาและพระโอรสได้ทรงประทับ ณ เมืองโลซานน์ สวิสเซอร์แลนด์ เมืองที่มีธรรมชาติและทิวทัศน์ที่งดงาม และเนื่องจากสมเด็จพระบรมราชชนกมีพระ ประสงค์จะศึกษาต่อในวิชาแพทย์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ทั้งครอบครัวจึงเสด็จไปที่สหรัฐอเมริกาอีกครั้ง โดยที่สมเด็จพระบรมราชชนกเสด็จไปก่อนเพื่อหาที่ประทับใหม่ให้เหมาะสมกับครอบครัวขนาดเล็กของ พระองค์ ดังนั้นพระองค์จึงทรงเลือกเช่าแฟลต เลขที่ 63 ถนนลองวู้ด บรู๊คลายน์ ในแถบชานเมืองบอสตัน ส่วนสมเด็จย่าก็ได้เข้าเรียนวิชาจิตวิทยาและคหกรรมศาสตร์ ณ วิทยาลัยซิมมอนส์ สหรัฐอเมริกาเช่นกัน สมเด็จย่าซึ่งในขณะนั้นได้เลื่อนพระยศจากหม่อมสังวาลย์ เป็นพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้า พร้อม ทั้งพระโอรสและพระธิดา ตามที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2470 ให้ยกย่องหม่อมเจ้าอันเป็นพระโอรสธิดาในสมเด็จเจ้าฟ้า ซึ่ง พระชนนีทรงศักดิ์ชั้นสมเด็จ และประสูติแต่มารดาไม่ได้เป็นเจ้า ขึ้นดารงพระยศเป็น “พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า” หลังจากนั้นทรงมีพระประสูติพระโอรสองค์ที่ 2 คือ “พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภูมิพล อดุลยเดช” ณ โรงพยาบาลเมานท์ออร์เบิร์น เมืองเคมบริดจ์ ในวันที่ 5 ธันวาคม ปีพุทธศักราช 2470 หลังจากที่สมเด็จพระบรมราชชนกทรงสาเร็จการศึกษาได้รับปริญญาแพทยศาสตร์ ขั้นเกียรติ นิยมแล้ว ครอบครัวมหิดลได้เสด็จนิวัติประเทศไทย มาถึงที่กรุงเทพฯ ช่วงราวเดือนธันวาคม พ.ศ. 2471
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy MTQ0NjMy