การสำรวจความพึงพอใจ ปี 2565 (ฉบับสมบูรณ์)

381 1. ด้านช่องทางการให้บริการ ผลการศึกษาระดับความพึงพอใจของผู้รับริการโครงการ จัดบริการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคและฟื้นฟูสมรรถภาพ กลุ่มแม่และเด็ก พบว่ามีระดับความพึงพอใจ เฉลี่ย 4.72 ระดับมากที่สุด ทั้งในภาพรวมและรายด้านทุกด้าน ซึ่งสอดคล้องกับผลการทดสอบสมมติฐาน ที่พบว่า ผู้รับบริการที่มีระดับการรับรู้ข่าวสารปานกลางและมาก มีความพึงพอใจมากกว่าผู้รับบริการ ที่มีระดับการรับรู้ข่าวสารน้อย ด้านเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการและภาพรวม อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 ด้วย แสดงให้เห็นว่าโครงการฯ มีประสิทธิภาพดี แต่ผลการศึกษาด้วยแบบสอบถาม แบบคาถามปลายเปิด และการสัมภาษณ์เชิงลึกพบว่ามีปัญหาเกี่ยวกับช่องทางการให้บริการบางประเด็น อาทิ โครงการฯ ให้บริการวันธรรมดา ทาให้ไม่สะดวกในการใช้งาน เจ้าหน้าที่มาเยี่ยมลูก และมา ให้บริการเพียงครั้งเดียว แต่ไม่มีช่องทางการติดต่อภายหลัง ทาให้ไม่สามารถติดต่อเพื่อปรึกษาปัญหา ได้ในภายหลัง เป็นต้น ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะให้เทศบาลนครปากเกร็ดจัดทาโครงการอย่างสม่าเสมอและต่อเนื่อง โดยเพิ่มจานวนวันในการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านของผู้รับบริการ ปรับการทางานให้บริการในวันหยุดราชการ หรือหลังเวลาเลิกงาน เพื่อความสะดวกของผู้รับบริการ เทศบาลควรมีการติดตามดูแลพัฒนาการต่างๆ ของทารกหลังคลอด พร้อมทั้งช่วยเหลือสนับสนุนในด้านต่างๆ เช่น สวัสดิการอาหารเสริม การดูแล อาการเจ็บป่วยและสุขภาพหลังคลอดของแม่และเด็ก เป็นต้น รวมทั้งการเพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสาร สองแบบผ่านโทรศัพท์หรือสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเป็นการช่วยให้คาปรึกษาในภายหลังการตรวจเยี่ยม ได้อย่างต่อเนื่องด้วย นอกจากนี้ เทศบาลควรศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดทาศูนย์รับเลี้ยงเด็กของ เทศบาลนครปากเกร็ดในพื้นที่ชุมชน เพื่อเป็นการสนับสนุนการมีบุตรที่มีคุณภาพของประชาชนในเขต เทศบาลต่อไป 2. การรับรู้ข่าวสาร ผลการศึกษาพบว่าผู้รับบริการเคยการรับรู้ข่าวสารผ่านสื่อบุคคล ร้อยละ 65.0 และรับรู้ข่าวสารผ่านสื่อมวลชน/สื่อเฉพาะกิจ ร้อยละ 38.8 มีระดับการรับรู้ข่าวสาร เฉลี่ย .60 ระดับปานกลาง โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับเทศบาลนครปากเกร็ดมีการให้บริการ โครงการฯ นี้ กลุ่มเป้าหมายของโครงการคือหญิงตั้งครรภ์และทารกแรกเกิดในพื้นที่เทศบาล และโครงการมีการตรวจเยี่ยม เฝ้าระวังมารดาขณะตั้งครรภ์ลดภาวะ แทรกซ้อน การคลอดก่อน กาหนด และน้าหนักทารกแรกคลอดน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งแสดงให้เห็นช่องว่างของการรับรู้ ข่าวสารในบางประเด็นพอสมควร ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะให้เทศบาลนครปากเกร็ดปรับปรุงการให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ รายละเอียดของโครงการ ขั้นตอนการให้บริการ และช่องทางการให้บริการอย่างชัดเจน ผ่านสื่อบุคคล โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล/เจ้าหน้าที่ของเทศบาล และผ่านสื่อมวลชน/สื่อเฉพาะกิจ ทั้งการให้ ข้อมูลผ่านการโทรมาสอบถาม และผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ที่สามารถให้ข้อมูลจากโครงการ/โรงพยาบาล ที่เกี่ยวข้อง และสามารถรับข้อมูลย้อนกลับจากหญิงตั้งครรภ์ที่เข้าร่วมโครงการได้ ซึ่งจะเป็นการอานวย

RkJQdWJsaXNoZXIy MTQ0NjMy