การสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการต่อการให้บริการของเทศบาลนครปากเกร็ด ประจำปี 2563 (ฉบับสมบูรณ์)

ต่อการให้บริการของเทศบาลนครปากเกร็ด ในภาพรวมมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 92.32 และมีความพึงพอใจ ต่อการบริการของเทศบาลสูงสุดในด้านเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ โดยมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 93.24 รองลงมา คือ ด้านสิ่งอํานวยความสะดวก มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 92.16 ด้านขั้นตอนการให้บริการ มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 91.72 และด้านช่องทางการให้บริการ มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 91.68 สําหรับการให้บริการของเทศบาลนครปากเกร็ด 5 งานบริการ พบว่า กลุ่มตัวอย่าง มีความพึงพอใจสูงสุดคือ การฝึกอบรมและส่งเสริมอาชีพ มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 93.80 อันดับ 2 คือ งานทะเบียนราษฎรและงานบัตรประจําตัวประชาชนที่สํานักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลนครปากเกร็ด ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 92.60 อันดับ 3 คือ การจัดการศึกษา ของโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครปากเกร็ด มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 92.00 อันดับ 4 คือ โครงการ สาธารณสุขเชิงรุกด้านทันตสาธารณสุขในชุมชน มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 91.80 และอันดับ 5 คือ การบริการผ่าน Mobile Application มีค่าเฉลี่ยร้อยละเท่ากับ 91.40 ข้อเสนอแนะ มีดังนี้ 1. การให้บริการฝึกอบรมและส่งเสริมอาชีพ ของเทศบาลนครปากเกร็ด ควรสอบถาม ความต้องการของผู้รับบริการเกี่ยวกับหัวข้อ เนื้อหา และรูปแบบของหลักสูตร เพื่อนํามาจัดทําหลักสูตร ที่เหมาะสมกับความต้องการ เปิดหลักสูตรขั้นสูงที่เป็นการต่อยอดและพัฒนาทักษะ และเพิ่มหลักสูตร แปลกใหม่ที่ต่างจากเดิม มีการจัดอบรมอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มจํานวนครั้งและมุ่งเน้นไปที่คนที่ไม่เคย ฝึกอบรมได้เข้ามามีโอกาสเข้าร่วม ควรจัดหาอุปกรณ์ให้ครบถ้วนเพื่อให้เป็นการอํานวยความสะดวก และเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าอบรม สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนา หลักสูตรฝึกอบรมอย่างเป็นระบบ พัฒนาระบบการรับสมัครทางออนไลน์ และเพิ่มช่องทางในการ กระจายข่าวสารให้สามารถเข้าถึงผู้ที่ต้องการเข้าร่วมอบรมโดยตรง นอกจากนี้เทศบาลควรพิจารณา สถานที่จัดฝึกอบรมอย่างเหมาะสม เพื่ออํานวยความสะดวกแก่ผู้เข้าอบรม 2. การจัดการศึกษาของโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครปากเกร็ด ควรพัฒนาระบบ การจัดการเรียนการสอน อาคารสถานที่ สิ่งอํานวยความสะดวก และการติดต่อสื่อสารในสถานการณ์ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 อย่างต่อเนื่อง และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ในอนาคต รวมทั้งสํารวจ ผลกระทบจากแนวทาง การปฏิบัติดังกล่าวที่เกิดกับนักเรียน ส่งเสริมให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ทักษะต่างๆ อย่างเหมาะสมและมีคุณภาพ จัดสรรเวลาในการเรียน การทํากิจกรรมเสริมการศึกษาดูงานอย่าง เหมาะสม ให้ความสําคัญในการพัฒนาคุณภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ดีขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง วางแผนการปรับปรุงในระยะยาวร่วมกับเทศบาลนครปากเกร็ด หากจะมีการเปิดสอนใน ระดับมัธยมศึกษาจําเป็นต้องพิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายด้าน อาทิ ความจําเป็นและความพร้อม ในระยะยาว จํานวนและคุณภาพของบุคลากร งบประมาณ สิ่งอํานวยความสะดวก อาคารสถานที่ ความพร้อมของโรงเรียนอื่นๆ ในพื้นที่ รวมทั้ง การพิจารณาการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรใน ปัจจุบันและอนาคต รวมทั้งรูปแบบการศึกษา ในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งหากมีความจําเป็นและ ความพร้อม อาจสนับสนุนให้โรงเรียนบางแห่งขยายการเปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น อย่างไร ก็ตาม หากยังไม่มีความจําเป็นมากนัก โรงเรียนควรมุ่งเน้นการพัฒนาจุดแข็งตามศักยภาพและความ

RkJQdWJsaXNoZXIy MTQ0NjMy