แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริต พ.ศ.๒๕๖๔

๒ กระทาอันเป็นการทุจริตเกิดขึ้นหน่วยงานเหล่านี้มีอานาจส่งเรื่องต่อไปยังคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือดาเนินการตามกฎหมายที่ให้อานาจหน่วยงานนั้น ๆ ไว้ได้อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าจะมีกลไกระดับชาติในการตรวจสอบ ป้องกัน และปราบปรามการกระทาการทุจริตในองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น แต่กลไกดังกล่าวนั้นอาจดาเนินการไม่ครอบคลุมทั่วถึงทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ดังนั้น กลไกที่สาคัญยิ่งในการตรวจสอบ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือ กลไกภาคประชาชน เพราะกลไกภาคประชาชนจะเป็นตัวช่วยให้หน่วยงานของรัฐดาเนินการง่ายขึ้น เพราะ ประชาชนในชุมชนสามารถเป็นหูเป็นตาให้หน่วยงานของรัฐ เนื่องจากอาจมีความใกล้ชิดกับผู้กระทาความผิด หรือพบเห็นการกระทาความผิดในชุมชนได้รวดเร็วกว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐ นอกจากนี้ ประช าชนยังมีสิทธิตาม พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ.๒๕๔๐ ในการควบคุม ตรวจสอบการปฏิบัติงานขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งใช้สิทธิโดยตรงในการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น และเข้าชื่อถอดถอนผู้บริหาร และสมาชิกสภาท้องถิ่นได้ นอกจากนั้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอง ควรจะเป็นหน่วยงานที่สร้างช่องทาง ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบความโปร่งใส ในหน่วยงานหรือ องค์กรต่าง ๆ ของท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งและพัฒนาเครือข่ายภาคประชาชนในการมี ส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อานาจรัฐเพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหาทุจริตในชุมชนของตน ปัญหาการทุจริตในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสะท้อนให้เห็นถึงการหยั่งรากฝังลึกของแนวคิด และ ขบวนการทุจริตในสังคมไทย รัฐบาลควรเร่งดาเนินมาตรการตรวจสอบ ป้องกัน และปราบปรามการทุจริต อย่างใกล้ชิด เพราะปัญหาการทุจริตในระบบราชการถือเป็นปัญหาสาคัญระดับชาติ ซึ่งบั่นทอนความน่าเชื่อถือ และภาพลักษณ์ของประเทศ และยังเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณในการพัฒนาประเทศอีกด้วย ดังนั้น รัฐบาล ควรวางนโยบายในการป้องกันการเกิดทุจริตโดยให้ภาคประชาชนเป็นตัวแปรสาคัญในการสอดส่องดูแล เป็นหู เป็นตาให้แก่หน่วยงานของรัฐ ซึ่งกลไกภาคประชาชนอาจถือได้ว่าเป็นการแก้ไขปัญหาทุจริตที่ดีที่สุดในขณะนี้ นอกจากนี้ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฯ ที่ต้องการให้มีการกระจายอานาจไปสู่ท้องถิ่นนั้น การแบ่งแยก อานาจโดยให้ท้องถิ่นมีอิสระในการบริหารงานเองนั้นหมายรวมถึงการจัดเก็บรายได้และบริหารรายได้เองด้วย แต่ในความเป็นจริงนั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งไม่สามารถจัดเก็บรายได้เองได้หรือจัดเก็บได้น้อย และต้องพึ่งงบประมาณจากรัฐบาลอยู่ ดังนั้น แนวทางการแก้ไขปัญหาทุจริตในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ สาคัญอีกประการคือ การเน้นการกระจายอานาจทางการคลังสู่ท้องถิ่น รัฐบาลต้องวางมาตรการอย่างเคร่งครัด ให้ผู้บริหารท้องถิ่นจัดเก็บภาษีอย่างจริงจัง เพราะหากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังได้รับเงินงบประมาณจาก ส่วนกลางอยู่อาจทาให้ประชาชนในท้องถิ่นไม่รู้สึกถึงผลกระทบหรือความรับผิดชอบต่อการบริหารเงิน งบประมาณในท้องถิ่น แต่หากเมื่อไหร่ก็ตามที่มีการจัดเก็บภาษีจากประชาชนในท้องถิ่นนั้น ๆ ประชาชนผู้เสีย ภาษีจะเกิดความรู้สึกต้องการตรวจสอบการใช้เงินภาษีของพวกเขาว่านาไปใช้ในการพัฒนาท้องถิ่นอย่างถูกต้อง

RkJQdWJsaXNoZXIy MTQ0NjMy