การสำรวจความพึงพอใจ (ฉบับผู้บริหาร) ประจำปี 2562
ผลการศึกษา พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจต่อการให้บริการของเทศบาลนครปากเกร็ด อยู่ในช่วงเฉลี่ยร้อยละ 91.28 – 92.96 มีค่าคะแนน 5 คะแนน ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินของ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นทุกงานบริการและทุกด้าน โดยกลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจต่อการให้บริการ ของเทศบาลนครปากเกร็ด ในภาพรวม มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 92.00 และมีความพึงพอใจสูงสุด ในด้านเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 92.96 รองลงมา คือ ด้านช่องทางการให้บริการ มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 91.84 ด้านสิ่งอํานวยความสะดวก มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 91.68 และด้านขั้นตอน การให้บริการ มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 91.28 สําหรับผลการศึกษาจาก 5 งานบริการ พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจสูงสุดคือ การให้บริการจดทะเบียนพาณิชย์ มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 92.80 อันดับ 2 คือ การให้บริการฝึกอบรม และส่งเสริมอาชีพสําหรับประชาชน มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 92.60 อันดับ 3 คือ การขออนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร และการทําบัตรประจําตัวประชาชน มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 91.60 เท่ากัน อันดับ 4 คือ การให้บริการโครงการสาธารณสุขเชิงรุก มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 91.40 ข้อเสนอแนะ มีดังนี้ 1. การให้บริการฝึกอบรมและส่งเสริมอาชีพสําหรับประชาชน ควรพัฒนาหัวข้อ และเนื้อหาให้ทันสมัย หลากหลาย เหมาะกับยุคสมัย ตามความต้องการของตลาด สามารถต่อยอด เป็นอาชีพได้ มีการเพิ่มความถี่ในการจัดฝึกอบรม และคัดเลือกวิทยากรที่มีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ที่เหมาะสม รวมทั้งอาจช่วยจัดหาช่องทางการตลาดสําหรับจัดจําหน่ายสินค้าให้ผู้เข้ารับ การอบรม มีการประชาสัมพันธ์หัวข้อ วัน เวลา สถานที่ในการจัดกิจกรรมผ่านสื่อบุคคล ได้แก่ เจ้าหน้าที่ของเทศบาล ประธานชุมชน และเพื่อน รวมทั้งสื่อมวลชน/สื่อเฉพาะกิจ ได้แก่ แผ่นพับ ของเทศบาล ซึ่งเป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพ สามารถเข้าถึงผู้รับบริการได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งควรพัฒนา การประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์สมัยใหม่ เพื่อรองรับวิถีชีวิตของผู้รับบริการ กลุ่มใหม่ของโครงการฯ ในอนาคต นอกจากนี้ควรใช้สถานที่ของสํานักงานเทศบาลนครปากเกร็ด ในการจัดการฝึกอบรม ซึ่งผู้รับบริการสามารถเดินทางมาได้สะดวก ปรับปรุงห้องน้ําให้เพียงพอ และสะอาด รวมทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ทันสมัยและเพียงพอกับจํานวนผู้รับบริการ ในแต่ละครั้ง 2. การให้บริการโครงการสาธารณสุขเชิงรุก ควรจัดโครงการสาธารณสุขเชิงรุก โดยพิจารณาสถานที่ที่ผู้สูงอายุสามารถเดินทางไปใช้บริการได้สะดวก หรือปรับปรุงสถานที่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุ ให้ความสําคัญกับการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้ความเข้าใจและทักษะ ในการให้บริการสาธารณสุขและบริการโดยทั่วไปแก่ผู้สูงอายุ รวมทั้งการฝึกอบรมอาสาสมัคร สาธารณสุขประจําหมู่บ้าน (อสม.) และประธานชุมชน/กรรมการชุมชน ซึ่งมีบทบาทในการทํางาน ร่วมกับเทศบาล เพื่อให้สามารถดูแลผู้สูงอายุในชุมชนได้อย่างมีคุณภาพเช่นเดียวกัน ควรประชาสัมพันธ์ ข้อมูลการจัดโครงการผ่านสื่อที่เข้าถึงประชาชนผู้รับบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง โดยสื่อ บุคคล คือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน (อสม.) และประธานชุมชน/กรรมการชุมชน รวมทั้ง สื่อมวลชน/สื่อเฉพาะกิจ คือ แผ่นพับ ป้าย/บอร์ดประชาสัมพันธ์ และเสียงตามสายของเทศบาล
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy MTQ0NjMy