รายงานการวิจัย ปี 2561

182 “ได้รับจดหมายแจ้งเตือนจากเทศบาล ซึ่งข้อมูลของเทศบาลกับผู้เสียภาษีไม่ตรงกัน น่าจะมีการพัฒนาการจัดเก็บข้อมูลเป็นฐานข้อมูลออนไลน์ เพราะปัจจุบันที่เห็นยังเป็น การค้นข้อมูลแบบเอกสาร” “เข้าไปติดต่อให้เจ้าหน้าที่มาสํารวจวัดป้ายเพื่อประเมินภาษีที่ต้องชําระ แต่ทาง เจ้าหน้าที่ให้ดําเนินการจ้างคนมาวัดเอง แต่ร้านค้าสาขา 1 มีเจ้าหน้าที่มาดําเนินการให้ เปิดสาขาใหม่ไม่มีเจ้าหน้าที่มาดําเนินการให้ ทําให้เกิดล่าช้าและต้องเสียค่าปรับ 3 %” “เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการค้นหาเอกสารนานมากน่าจะมีการพัฒนาระบบการเก็บ เอกสารเป็นดิจิตอลเพื่อสะดวกและรวดเร็วในการค้นหาข้อมูล” “สถานที่จอดรถไม่เพียงพอต่อผู้รับบริการ” 7.6 ข้อเสนอแนะ ผู้รับบริการให้ข้อเสนอแนะว่า เทศบาลควรพัฒนารูปแบบให้เป็นระบบออนไลน์ เพื่อ ลดขั้นตอนการติดต่อกับเทศบาลโดยตรง เนื่องจากการเดินทางมาติดต่อเทศบาลมีข้อจํากัดในเรื่องที่ จอดรถ และเสนอแนะให้เพิ่มความรู้ให้กับประชาชนในเรื่องเกี่ยวกับภาษีอีกด้วย “ควรมีการพัฒนาระบบข้อมูลให้เป็นระบบออนไลน์ที่สามารถค้นหาข้อมูลได้ เพื่อมี ความสะดวกมากขึ้นกว่าการค้นหาข้อมูลจากเอกสารเก่า” “น่าจะมีการพัฒนาระบบในรูปแบบออนไลน์ หรือโปรแกรมบนมือถือเพื่อความสะดวก เพราะในปัจจุบัน หลายหน่วยงานก็พัฒนาเป็นระบบออนไลน์ สามารถเช็คยอดและ ชําระผ่านมือถือได้แล้ว” “ควรพัฒนาช่องทางการให้บริการเพื่อชําระภาษีเป็นรูปแบบออนไลน์ เหมือนกับ การชําระภาษีส่วนบุคคล เนื่องจากสถานที่มีที่จอดรถไม่เพียงพอ และใช้เวลานาน ในการหาที่จอดรถเพื่อเข้าไปติดต่อบริการที่เทศบาล” “ควรมีการอบรมให้ความรู้ประชาชน เกี่ยวกับการชําระภาษี การให้ข้อมูลและความรู้ ในวิธีการคํานวณภาษีแก่ประชาชน เนื่องจากเป็นเรื่องที่เข้าใจยาก”

RkJQdWJsaXNoZXIy MTQ0NjMy