สนามแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่วิทยุ และสุขภาพ

60 ส่วนหนึ่งของความกังวลของผู้คนที่อาศัยอยู่ใกล้สถานีฐานอาจจะมาจาก ข้อมูลของการศึกษาโดย Santini และคณะ [47] ที่ใช้แบบสอบถามในการส�ำรวจ อาการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ผู้เข้าร่วมการศึกษาได้รับการขอร้องให้กรอกข้อมูล อัตราความถี่ของการร้องเรียนในเรื่องอาการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ข้อมูลที่ได้ ถูกรวบรวมพร้อมกับข้อมูลระยะทางโดยประมาณจากที่อยู่อาศัยของผู้กรอก แบบสอบถามไปยังสถานีฐาน ผู้วิจัยได้ใช้ระยะทางเป็นตัวชี้วัดการสัมผัสกับ สนามแม่เหล็กไฟฟ้า การศึกษาในลักษณะนี้อาจจะมีประโยชน์ถ้าความสัมพันธ์ ระหว่างสาเหตุและผลกระทบได้รับการพิสูจน์แล้ว อย่างไรก็ตามการศึกษาของ Santini และคณะไม่ได้ท�ำเป็นแบบตาบอด (Blinded fashion) การใช้วิธีแบบ ตาบอดก็คือไม่ให้ผู้เข้าร่วมการศึกษา (ผู้เข้ารับการทดสอบ) หรือผู้วิจัยหรือ ทั้งสองฝ่ายรับรู้ว่าพวกเขาเหล่านั้นอยู่ในส่วนของการทดลองหรือในส่วนของ การควบคุม นั่นก็คือผู้เข้าร่วมการศึกษาจะต้องอยู่ภายใต้สภาวะควบคุมซึ่งจะมี การปิด-เปิดแหล่งก�ำเนิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้าโดยที่ไม่มีใครทราบ ยกเว้นผู้ที่ จัดเกณฑ์วิธี (Protocol) อย่างไรก็ตามผู้ที่เข้าร่วมการศึกษาที่ท�ำโดย Santini และ คณะนั้นทราบดีว่ามีสถานีฐานตั้งอยู่และมักจะตระหนักถึงข้อโต้แย้งเกี่ยวกับ ความปลอดภัยของเทคโนโลยี ดังนั้น การศึกษาโดยใช้แบบสอบถาม ดังเช่น ที่ท�ำโดย Santini และคณะ ไม่สามารถแยกแยะสาเหตุของอาการที่เกี่ยวข้องกับ สุขภาพออกจากการสัมผัสสนามแม่เหล็กไฟฟ้าได้ นั่นก็คือผลการศึกษาไม่ได้ให้ ข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุที่แท้จริงที่ท�ำให้เกิดอาการดังกล่าว เป็นที่น่าสังเกตว่าระดับความแรงของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่บริเวณใกล้กับ เสาสถานีฐานไม่ได้ลดลงตามระยะทาง แต่อาจจะแกว่งขึ้นลงตามระยะทาง จนถึงบริเวณที่ล�ำคลื่นหลักของสายอากาศแตะพื้นดิน จากนั้นความแรงจะลดลง ตามระยะทาง (ข้อ 5.13) ดังนั้นผู้ที่อยู่ใกล้เสาสถานีฐานอาจจะสัมผัสกับสนาม แม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความแรงต�่ำกว่าความแรงของสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ณ บริเวณ ที่ห่างออกไป 400 เมตรหรือมากกว่าก็ได้ เมื่อพิจารณาถึงข้อสังเกตนี้ การใช้ระยะ

RkJQdWJsaXNoZXIy MTQ0NjMy