สนามแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่วิทยุ และสุขภาพ

47 5.5 ทราบมาว่าองค์การอนามัยโลกได้จัดให้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่วิทยุ อยู่ในกลุ่มปัจจัยเสี่ยงต่อ มะเร็ง ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2554 องค์การระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยมะเร็ง (IARC) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ได้ประกาศว่าหลังจากประเมินผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์แล้ว องค์การ ฯ ได้ตัดสินใจจัดให้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่วิทยุเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อมะเร็งอยู่ ในกลุ่ม 2B (อาจเป็นไปได้ที่จะก่อมะเร็ง) [36] องค์การ IARC ท�ำงานภายใต้กฎเกณฑ์ที่ก�ำหนดไว้อย่างชัดเจนและ เข้มงวด โดยยึดเอาข้อมูลทางระบาดวิทยาเป็นหลักในการพิจารณา ในประเด็น ของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่วิทยุและสุขภาพนั้น ได้มีการศึกษาทางระบาด วิทยาหลายเรื่อง รวมทั้งการศึกษาที่อยู่ภายใต้โครงการวิจัยนานาชาติซึ่งมี ชื่อเรียกว่า Interphone study โครงการนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีกลุ่มนักวิจัย ใน 13 ประเทศร่วมด�ำเนินการเพื่อศึกษาความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการใช้โทรศัพท์ เคลื่อนที่และปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจก่อให้เกิดเนื้องอกหรือมะเร็ง ผลการศึกษา ภายใต้โครงการวิจัยดังกล่าวพบว่า การสัมผัสสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกี่ยวข้อง กับการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ไม่มีความเสี่ยงที่จะท�ำให้เกิดมะเร็งสมอง ยกเว้นแต่ สภาวะการสัมผัสบางกรณี คือกรณีของผู้ที่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่มากกว่า 10 ปี ซึ่งดูเหมือนจะชี้แนะว่ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ท�ำให้เกิดเนื้องอก 2 ชนิดคือ glioma (เนื้องอกชนิดร้ายแรง) และ acoustic neuroma (เนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง) การตัดสินใจขององค์การ IARC ในการจัดให้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่วิทยุเป็น ปัจจัยเสี่ยงต่อมะเร็งในกลุ่ม 2B มีพื้นฐานมาจากผลการศึกษานี้ การจัดลงกลุ่ม ดังกล่าว สะท้อนความจริงที่ว่าหลักฐานที่แสดงความเชื่อมโยงระหว่างสนาม แม่เหล็กไฟฟ้าความถี่วิทยุกับมะเร็งสมองนั้นมีจ�ำกัด

RkJQdWJsaXNoZXIy MTQ0NjMy