การสำรวจความพึงพอใจ ปี 2559 (ฉบับสมบูรณ์)

53 ข้อเสนอแนะ ควรเพิ่มเจ้าหน้าที่ให้บริการให้เพียงพอ ควรเพิ่มการประชาสัมพันธ์ในแต่ละงาน บริการทางเสียงตามสายหรือหอกระจายข่าว เจ้าหน้าที่ควรยิ้มแย้มมากขึ้น อัญชลี รุ่งโรจน์ (2550) ศึกษาพฤติกรรมการมารับบริการและความพึงพอใจของผู้มารับ บริการงานทะเบียนราษฎร์ สํานักงานเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา พฤติกรรมการมารับบริการของผู้มารับบริการงานทะเบียนราษฎร์ สํานักงานเทศบาลนคร พระนครศรีอยุธยา ศึกษาระดับความพึงพอใจของผู้มารับบริการ และเปรียบเทียบระดับความพึงพอใจ ของผู้มารับบริการ จําแนกตามปัจจัยส่วนบุคคลของผู้มารับบริการ และพฤติกรรมการมารับบริการของ ผู้มารับบริการ โดยกลุ่มตัวอย่างคือผู้มารับบริการ จํานวน 200 คน เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าทดสอบที ความแปรปรวนทางเดียว และ ทดสอบรายคู่ด้วยวิธีการ LSD ผลการศึกษา พบว่าพฤติกรรมการมารับบริการของผู้มารับบริการส่วนใหญ่พบว่า1) สาเหตุ การมารับบริการส่วนใหญ่คือทะเบียนบ้านอยู่ในเขตเทศบาล 2) ประเภทการมารับบริการคือการขอ มีบัตรประจําตัวประชาชน 3) จํานวนครั้งในการมารับบริการในรอบ 1 ปี คือ 2-3 ครั้ง 4) ระยะเวลาใน การรับบริการคือ 10-20 นาที และ 5) วันและเวลาที่มารับบริการคือวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 8.30-12.00 น. ระดับความพึงพอใจของผู้มารับบริการโดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อวิเคราะห์เป็นรายด้านพบว่า ด้านเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ ด้านขั้นตอนการให้บริการ ด้านอาคารสถานที่ ด้านคุณภาพการให้บริการ และด้านการประชาสัมพันธ์ ผู้รับบริการมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากทุกด้าน ผู้มารับบริการที่มีเพศ อายุ สถานภาพสมรส การศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือนต่างกัน มีระดับความพึงพอใจไม่แตกต่างกัน ผู้มารับบริการที่มีสาเหตุการมารับบริการ ประเภทการมารับบริการ จํานวนครั้งในการมารับบริการ และระยะเวลาในการรับบริการต่างกัน มีระดับความพึงพอใจไม่แตกต่างกัน ส่วนผู้มารับบริการที่มีวัน และเวลาที่มารับบริการแตกต่างกัน มีระดับความพึงพอใจแตกต่างกัน อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 ปิยพงศ์ ลิ่วมโนคุณ (2550) ศึกษาพฤติกรรมและความพึงพอใจของผู้ใช้บริการที่มีต่ออาคาร จอดรถงามวงศ์วาน 1 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมและความพึงพอใจ ของลูกค้าที่มีต่อการใช้บริการอาคารจอดรถงามวงศ์วาน 1 ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือผู้ที่นํารถยนต์เข้าจอดในอาคาร จํานวน 400 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดย ใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานโดยใช้ค่าสถิติไคสแควร์ t-test F-test และ LSD Analysis ที่ระดับความเชื่อมั่นทางสถิติที่ .05 ผลการศึกษา พบว่ากลุ่มตัวอย่างเป็นเพศชายและเพศหญิงจํานวนใกล้เคียงกัน ส่วนมากมีอายุ ในช่วง 18-25 ปี กําลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี เป็นนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รายได้เฉลี่ยต่อ เดือนอยู่ระหว่าง 10,001-20,000 บาท ใช้บริการอาคารจอดรถทุกครั้งและบ่อยครั้งเมื่อต้องการจอดรถ

RkJQdWJsaXNoZXIy MTQ0NjMy