โครงการศึกษาประวัติสวนทุเรียนนนท์ ฯ

17 สวิสเซอร์แลนด์อยู่เป็นประจา ทางรัฐบาลเห็นว่าทรงมีพระชนมายุมากแล้ว จึงได้สร้างพระตาหนัก บนดอยตุง จังหวัดเชียงรายถวาย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสภาพภูมิอากาศคล้ายคลึงกับสวิสเซอร์แลนด์ที่พระองค์ ทรงโปรด เพื่อใช้เป็นที่ประทับพักผ่อน แทนการเสด็จฯ ไปประทับที่สวิสเซอร์แลนด์ ด้วยพระชนมายุที่ เพิ่มมากขึ้น พระพลานามัยของพระองค์เริ่มไม่สมบูรณ์เช่นเดิม จนเมื่อ พ.ศ. 2530 ทรงมีพระอาการ พระโลหิตไปเลี้ยงสมองไม่ทัน แต่ครั้งนั้นยังไม่อันตรายมากนัก ต่อมาในเช้าวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2534 ขณะที่พระองค์ทรงประทับอยู่ที่พระตาหนักในวังสระปทุม พระองค์ทรงล้มในห้องพระบรรทม ส่งผลให้ หัวกระดูกพระโสณี (สะโพก) ด้านขวาหัก จึงได้เสด็จฯ ยังโรงพยาบาลศิริราชเพื่อรับการรักษาโดย คณะแพทย์ถวายการรักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนหัวกระดูกพระโสณีโดยใช้โลหะใส่เข้ามาแทน ทรงประทับ อยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชรวม 66 วัน ก่อนจะเสด็จกลับไปประทับที่วังสระปทุม เมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2534 หลังจากที่ได้รับการผ่าตัดรักษาพระอาการที่หัวกระดูกพระโสณีหักหายเป็นปกติแล้ว สมเด็จย่า เสด็จฯ กลับไปประทับและทรงงานต่อ ณ พระตาหนักดอยตุงอีกครั้ง สองปีต่อมา ในวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2536 พระองค์ทรงประชวรด้วยโรคเส้นพระโลหิตพระหทัยตีบ ดังนั้นจึงเสด็จฯ จากพระตาหนักดอย ตุง มาทรงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช รวม 53 วัน จนพระอาการเป็นปกติ และเสด็จฯ กลับไป ประทับ ณ วังสระปทุม เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2537 ต่อมาในช่วงปลายปี พระองค์ทรงมีอาการ พระประชวรอีกเป็นครั้งที่ 3 ด้วยโรคเกี่ยวกับพระนาภี (ท้อง) ทรงมีพระโลหิตออกในกระเพาะอาหาร และ ทรงมีอาหารแทรกซ้อนทางพระหทัยเล็กน้อย ทาให้พระองค์ต้องเสด็จฯ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริ ราช ณ อาคาร 72 ปี อีกครั้ง เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2537 พระองค์ทรงประทับรักษาพระองค์ที่ โรงพยาบาลศิริราชเป็นเวลานานหลายเดือน คณะแพทย์ถวายการรักษาและทรงมีพระอาการที่ดีขึ้นจน เป็นที่ไว้วางใจของคณะแพทย์ที่ถวายการรักษาแล้ว พระองค์จึงเสด็จฯ ออกจากโรงพยาบาลศิริราช กลับ พระตาหนักในวังสระปทุม ในวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2538 ครั้นในคืนวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 พระองค์ทรงมีพระอาการทางพระหทัยกาเริบ มีพระ อาการเหนื่อย คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาเบื้องต้น ณ วังสระปทุม และได้พิจารณาเห็นสมควรเชิญเสด็จ ฯ เข้าประทับรักษาพระองค์ต่อ ณ โรงพยาบาลศิริราชอีกครั้งในวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2538 การเสด็จ ประทับรักษาพระองค์ในคราวนี้ แม้คณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่พระ อาการของพระองค์กลับทรง และค่อยๆ ทรุดลงตามลาดับ จนกระทั่งตอนค่าของวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 ทรงมีพระอาการทรุดลง เนื่องจากมีพระอาการแทรกซ้อนทางพระยกน (ตับ) และพระวักกะ (ไต) ไม่ทางาน ความดันพระโลหิตของพระองค์ค่อยๆ ลดต่าลง มีผลทาให้เกิดภาวะกรดในพระโลหิต ประสิทธิภาพการทางานของพระปัปผาสะ (ปอด) ลดลง คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอาการผิดปกติของ ระบบต่างๆดังกล่าว รวมทั้งถวายการฟอกพระโลหิตด้วยเครื่องไตเทียม และกรองสารพิษ ซึ่งเกิดจากการ ทางานภาวะผิดปกติของพระกรน ในเช้าวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 ล่วงมาจนถึงเวลาเที่ยงวัน พระ

RkJQdWJsaXNoZXIy MTQ0NjMy