โครงการศึกษาประวัติสวนทุเรียนนนท์ ฯ

48 2. การผสมเกสร การผสมเกสรโดยธรรมชาติ สันนิษฐานว่าเกิดจากค้างคาว เนื่องจากช่อดอกทุเรียนอยู่ใน ลักษณะห้อยลง จึงนับว่าลักษณะของดอกเหมาะต่อการที่ค้างคาวกินน้ําหวาน โดยค้างคาวจะใช้ลิ้น ยาวเลียกินน้ําหวานบริเวณโคนกลีบดอก โดยไม่ทําความเสียหายให้แก่ดอกทุเรียน ทําให้ละอองเรณู ติดมากับส่วนหัว และหน้าอกของค้างคาวได้ง่าย ดอกทุเรียนให้น้ําหวานมีกลิ่นเปรี้ยวซึ่งเป็นกลิ่นที่ ค้างคาวชอบมากกว่าผีเสื้อกลางคืน เพราะผีเสื้อกลางคืนจะชอบดอกไม้ที่มีน้ําหวานที่มีกลิ่นหอมหวาน ขณะที่ค้างความจะชอบดอกไม้ที่มีกลิ่นเปรี้ยว แต่ชาวสวนหลายท่าน เชื่อว่าการเลี้ยงชันโรงมีส่วนช่วย ในการผสมเกสรของดอกทุเรียนให้มีประสิทธิภาพในการติดผลของทุเรียนได้ดียิ่งขึ้น (ทรงพล, 2530; บุษบง, 2536) นอกจากวิธีทางธรรมชาติแล้ว ยังมีวิธีการป๎ดดอก หรือการช่วยผสมเกสร โดยใช้แปรงขนนุ่ม พู่กัน หรือแปรงขนกระต่าย ทําการป๎ดดอกลูบเบาๆ จากบนลงล่าง โดยจะเริ่มทําการป๎ดดอกในช่วง หัวค่ํา คือประมาณ 1 ทุ่ม จะช่วยให้ดอกได้รับการผสมเป็นจํานวนมาก แต่การติดผลเป็นจํานวนมากนี้ ไม่ได้ส่งผลดีต่อคุณภาพผลผลิต ชาวสวนจึงต้องมาตัดผลอ่อนที่เกินความต้องการทิ้งไป เพื่อให้ผล ทุเรียนที่ต้องการ ได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด อย่างไรก็ตาม การป๎ดดอกมีการทําเป็นบางสวนเท่านั้น เนื่องจากต้องใช้เทคนิคและประสบการณ์เฉพาะตัว อีกทั้งชาวสวนหลายคนเชื่อว่า การป๎ดดอกทําให้ คุณภาพของผลทุเรียนไม่ดีเท่ากับการได้รับการผสมธรรมชาติ ทําให้เนื้อทุเรียนเละ ผลไม่สวย ทุเรียน หลายสวนเป็นทุเรียนเก่าแก่ ต้นสูง การป๎ดดอกจึงทําได้ยาก และเมื่อติดผลแล้วต้องจัดการกับผลอ่อน ส่วนเกินจํานวนมาก ดังนั้น ทุเรียนนนท์ส่วนใหญ่ จึงถูกปล่อยให้รับการผสมโดยธรรมชาติ ภาพที่ 19 การผสมเกสรทุเรียนโดยค้างคาว ที่มาของภาพ : wild wings and swampy things, 2012

RkJQdWJsaXNoZXIy MTQ0NjMy