โครงการศึกษาประวัติสวนทุเรียนนนท์ ฯ
47 กลวิธีในการติดดอกโดยธรรมชาติของทุเรียนนนท์ 1. การบานของดอกและเวลาการทางานของเกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมีย ดอกทุเรียนในแต่ละช่อจะเจริญไม่พร้อมกัน ดังนั้น การเจริญของดอกจากเริ่มต้นจนเป็นผลจึง ใช้เวลาแตกต่างกัน หลังจากดอกอยู่ในระยะหัวกําไลแล้ว ส่วนต่างๆ ภายในกลีบเลี้ยงจะพัฒนาและ ขยายตัว ดันกลีบเลี้ยงแตกออกจนเผยให้เห็นกลีบรองสีน้ําตาลอ่อนและกลีบดอกสีขาว เรียกระยะนี้ว่า ระยะดอกขาว ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในเวลาเช้าประมาณ 9.00 น. ต่อมาตอนบ่ายประมาณ 13.00 น. เป็นระยะที่เกสรเพศเมียพร้อมรับการผสมโดยธรรมชาติ ระยะนี้ถ้าดอกทุเรียนพันธุ์ใดมี เกสรเพศเมียยาวกว่าเกสรเพศผู้ เช่น พันธุ์ลวง ยอดเกสรเพศเมียจะยื่นออกมานอกกลีบตรงปลายสุด ของดอก ต่อมาเวลาประมาณ 14.00 น. กลีบดอกจะเริ่มคลี่ออก ส่วนเกสรเพศผู้จะรวมกันอยู่ถึงเวลา 17.00 น. ดอกจะเริ่มบานเต็มที่ โคนกลีบดอก และก้านชูเกสรเพศผู้จะงอไปด้านหลัง และเกสรเพศผู้ จะเริ่มปล่อยละอองเรณู เวลาประมาณ 19.00 น. และดอกทุเรียนจะสร้างน้ําหวานออกมาในปริมาณ มาก บางช่อดอกจะมีน้ําหวานหยดลงพื้น น้ําหวานจากดอกทุเรียนจะมีกลิ่นหอมปนเปรี้ยว เมื่อละออง เรณูไปตกบนยอดเกสรเพศเมีย ละอองเรณูจะงอกลงไปผสมกับเซลล์ไข่เกิดการปฏิสนธิ ในพูหนึ่งมี โอวุลตั้งแต่ 5 โอวุลขึ้นไป ถ้าจํานวนโอวุลทั้งหมดในพูไม่เจริญเลย พูนั้นก็แฟบลงทั้งพู ถ้าเ จริญบ้าง เพียง 1-2 เมล็ด พูนั้นจะไม่เต็ม ถ้าเจริญเป็นส่วนมากหรือทั้งหมดพูนั้นจะเต็ม การผสมเกสรเกิดใน เวลากลางคืนและในคืนเดียวกันกับที่ดอกบานนั้น ทั้งกลีบดอก กลีบเลี้ยง และเกสรเพศผู้จะค่อยๆ ทยอยกันร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน คงเหลือแต่ฐานรองดอก รังไข่ และก้านชูเกสรเ พศเมียเท่านั้น ระยะนี้ ชาวสวนเรียกระยะไม้กลัด รังไข่จะเจริญได้แม้ไม่ได้รับการผสมเกสรก็ตาม แต่เมื่อเจริญเติบโตถึงจุด หนึ่ง ผลก็จะร่วงไป ส่วนรังไข่ที่รับการผสมเกสรและปฏิสนธิจะเจริญเติบโตกลายเป็นผล (ไพโรจน์, 2503; มนตรี, 2518; ทรงพล, 2530) ภาพที่ 18 ดอกทุเรียน
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy MTQ0NjMy