คู่มือการปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐฯ ตามมาตรา ๑๐๐

สํานักงาน ป.ป.ช. 53 บทที่ ๕ บทสรุป การประกาศกําหนดตําแหนงเจาหนาที่ของรัฐ ที่ตองหามมิใหดําเนินกิจการ ที่เปนการขัดกันระหวางประโยชนสวนบุคคลและประโยชนสวนรวม ตามประกาศ คณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ เรื่อง กําหนดตําแหนงเจาหนาที่ ของรัฐที่ตองหามมิใหดําเนินกิจการตามความในมาตรา ๑๐๐ แหงพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งได กําหนดตําแหนงนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี และตามประกาศคณะกรรมการปองกัน และปราบปรามการทุจริตแหงชาติ เรื่อง กําหนดตําแหนงเจาหนาที่ของรัฐที่ตองหาม มิใหดําเนินกิจการตามความในมาตรา ๑๐๐ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวา ดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งจะมี ผลบังคับใชในวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๕ ซึ่งไดมีการประกาศกําหนดตําแหนงเจาหนาที่ ของรัฐในตําแหนง ผูบริหารทองถิ่นและรองผูบริหารทองถิ่น ใหเปนตําแหนงที่ตองหาม มิใหดําเนินกิจการที่เปนการขัดกันระหวางประโยชนสวนบุคคลและประโยชนสวนรวม เพิ่มเติมนั้น นับวามีความจําเปนและมีความสําคัญอยางยิ่ง ทั้งนี้เนื่องจากกฎหมายที่ เกี่ยวกับการจัดตั้งองคกรปกครองสวนทองถิ่น ไดมีการบัญญัติหามมิใหผูบริหารทองถิ่น และรองผูบริหารทองถิ่นดําเนินกิจการที่เปนการขัดกันระหวางประโยชนสวนบุคคล และประโยชนสวนรวมไวแลว จึงทําใหผูบริหารทองถิ่นมีความเขาใจและสามารถปรับ ตนเองใหเขากับหลักกฎหมายไดและสามารถเปนผูนําขององคกรที่มีความรูความเขาใจ ในเรื่องนี้และสามารถปฏิบัติตามกฎหมายได กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ไดหามเจาหนาที่ของรัฐในตําแหนงที่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไดประกาศกําหนดตําแหนงซึ่งไดแก นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ผูบริหารทองถิ่น รองผูบริหารทองถิ่นขององคกรปกครองสวนทองถิ่น ที่ไดจัดตั้ง 100_p1-72_pc14.indd 53 26/2/2556 21:59:03

RkJQdWJsaXNoZXIy MTQ0NjMy