คู่มือการปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐฯ ตามมาตรา ๑๐๐

สํานักงาน ป.ป.ช. 7 บทที่ ๑ การขัดกันระหวางประโยชนสวนบุคคลและ ประโยชนสวนรวม การขัดกันระหวางประโยชนสวนบุคคลและประโยชนสวนรวม ตามความใน มาตรา ๑๐๐ แหงกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปราม การทุจริตในบทนี้จะกลาวถึงประโยชนสวนบุคคล ประโยชนสวนรวมและการกระทํา ที่เปนการขัดกันระหวางประโยชนสวนบุคคลและประโยชนสวนรวม รวมถึงรูปแบบตางๆ ของการกระทําที่เปนการขัดกันระหวางประโยชนสวนบุคคลและประโยชน สวนรวมและขอบเขตของการกระทําที่เปนการขัดกันระหวางประโยชนสวนบุคคล และประโยชนสวนรวมตามที่กําหนดไวในมาตรา ๑๐๐ ดังนี้ ๑.๑ ประโยชนสวนบุคคล ประโยชนสวนบุคคล หมายถึง การที่บุคคลทั่วไปในสถานะเอกชนหรือ เจาหนาที่ของรัฐในสถานะเอกชนไดทํากิจกรรมหรือไดกระทําการตางๆ เพื่อประโยชน สวนตน ครอบครัว ญาติ เพื่อนหรือของกลุมในสังคมที่มีความสัมพันธกันในรูปแบบตางๆ เชน การประกอบอาชีพ การทําธุรกิจ การคา การลงทุน เพื่อหาประโยชนในทางการเงิน หรือในทางทรัพยสินตางๆ เปนตน ๑.๒ ประโยชนสวนรวม (ประโยชนสาธารณะ) ประโยชนสวนรวมหรือประโยชนสาธารณะ หมายถึง การที่บุคคลใดๆ ในสถานะที่เปนเจาหนาที่ของรัฐ (ผูดํารงตําแหนงทางการเมือง ขาราชการ พนักงาน รัฐวิสาหกิจ หรือเจาหนาที่ของรัฐในหนวยงานของรัฐ) ไดกระทําการใดๆตามหนาที่หรือ ไดปฏิบัติหนาที่อันเปนการดําเนินการในอีกสวนหนึ่งที่แยกออกมาจากการดําเนินการ 100_p1-72_pc14.indd 7 26/2/2556 21:58:53

RkJQdWJsaXNoZXIy MTQ0NjMy