คู่มือการปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐฯ ตามมาตรา ๑๐๐

20 สํานักงาน ป.ป.ช. ซึ่งมิใชบริษัทที่เปนคูสัญญากับหนวยงานของรัฐตามมาตรา ๑๐๐ (๒) ที่ไดรับอนุญาต ตามกฎหมายวาดวยหลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย ๒.๓ กฎหมายจัดตั้งองคกรปกครองสวนทองถิ่น ไดบัญญัติหาม การดําเนินกิจการที่เปนการขัดกันระหวางประโยชนสวนบุคคล และประโยชนสวนรวมไว ดังนี้ ๒.๓.๑ องคการบริหารสวนจังหวัด พระราชบัญญัติองคการบริหารสวนจังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๐ แกไขเพิ่ม เติมถึง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๒ มาตรา ๑๑ (๕) ไดบัญญัติหามสมาชิกสภาองคการบริหาร สวนจังหวัดมิใหกระทําที่เปนการขัดกันระหวางประโยชนสวนบุคคลและประโยชน สวนรวมในเรื่องการเปนผูมีสวนไดเสียไมวาทางตรงหรือทางออม ในสัญญาที่องคการ บริหารสวนจังหวัดนั้นเปนคูสัญญาหรือในกิจการที่กระทําใหแกองคการบริหารสวน จังหวัดนั้น หรือที่องคการบริหารสวนจังหวัดนั้นจะกระทํา ซึ่งหากสมาชิกสภาองคการ บริหารสวนจังหวัดไดมีการกระทําที่เปนการฝาฝนจะตองรับโทษในทางปกครอง ไดแก การพนจากตําแหนง หรือทําใหสมาชิกภาพสิ้นสุดลง ในองคการบริหารสวนจังหวัด นายกองคการบริหารสวนจังหวัดและ รองนายกองคการบริหารสวนจังหวัดจะพนจากตําแหนง เมื่อมีการกระทําที่เปนการ ขัดกันระหวางประโยชนสวนบุคคลและประโยชนสวนรวมในเหตุเปนผูมีสวนไดเสีย ไมวาทางตรงหรือทางออมในสัญญาที่องคการบริหารสวนจังหวัดนั้นเปนคูสัญญาหรือ ในกิจการที่กระทําใหแกองคการบริหารสวนจังหวัดนั้น หรือที่องคการบริหารสวน จังหวัดนั้นจะกระทําตามมาตรา ๔๔/๓ ซึ่งหากทําการฝาฝนนายกองคการบริหารสวน จังหวัดและรองนายกองคการบริหารสวนจังหวัดจะตองพนจากตําแหนง ตามมาตรา ๓๕/๑ (๓) มาตรา ๓๖ (๔) มาตรา ๓๗ (๕) ๒.๓.๒ เทศบาล พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ แกไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๑๓) 100_p1-72_pc14.indd 20 26/2/2556 21:58:56

RkJQdWJsaXNoZXIy MTQ0NjMy