แผนเเม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เทศบาลนครปากเกร็ด พ.ศ.2569 - 2573
[39] สิ นค้ าเชิ งนวัตกรรม เปลี่ ยนจากการขับเคลื่ อนด้ วยภาคอุตสาหกรรมไปสู่ การขับเคลื่ อนด้ วย เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงเปลี่ ยนจากการเน้นภาคการผลิตสินค้าไปเน้นภาคบริการมากขึ้น ซึ่ งสอดคล้ องกับยุทธศาสตร์ ชาติ 20 ปี พ.ศ. 2561-2580 ที่ เน้ นย้ำถึ งการปรับตัวต่อเทคโนโลยี ส่ งเสริ มการพัฒนานวัตกรรม และสังคม-เศรษฐกิ จที่ เป็น “อัจฉริ ยะ” ซึ่ งแสดงให้ เห็นถึ ง ความสำคัญของเทคโนโลยี ต่ อการพัฒนาประเทศ เนื่ องจากเครื่ องมื อเทคโนโลยี ที่ ออกแบบมา อย่างดี สามารถเป็นประโยชน์ต่ อหน่ วยงานของรัฐ สิ่งแวดล้อม และผู้ อยู่อาศัยได้ ( Chaiyasoonthorn et al., 2019) เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ ช่ วยรวบรวมและประมวลผลข้อมูลเข้ ามามีส่ วนสำคัญในการ พัฒนาเมื องอัจฉริยะด้วยการเป็นตัวขับเคลื่อนการตัดสินใจ หรื อที่เรี ยกว่า Data-driven Decision- making (DDDM) ด้วยความสามารถในการรวบรวม บูรณาการ และวิเคราะห์ข้อมูลที่ หลากหลาย ในปริ มาณมาก ส่ งผลให้ องค์ กรสามารถปรับโครงสร้ างพื ้ นฐาน ปรับปรุงการจัดสรรทรัพยากร และปรับปรุงบริ การสาธารณะให้ เหมาะสมกับเมืองได้ ( Batty. 2013 กล่ าวถึ งใน Hansen et al. 2025) นอกจากนี้ ยังเป็นการส่ งเสริมการมี ส่วนร่ วมของประชาชนผ่ านการบูรณาการแพลตฟอร์มที่ เปิ ดโอกาสให้ ประชาชนได้ เข้ ามาแสดงความคิ ดเห็นและให้ ข้ อเสนอแนะได้ ( Walentek. 2021 กล่าวถึงใน Hansen et al. 2025) ผู้ วิจัยได้คัดเลือก 4 เทคโนโลยีสำหรับการเก็บรวบรวม วิเคราะห์ และประมวลผลข้ อมูล ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการช่วยพัฒนาเมื องอัจฉริยะ ดังนี้ Internet of Things (IoT) - แนวคิด Internet of Things (IoT) คือการที่อุปกรณ์อิ เล็กทรอนิกส์ ต่าง ๆ สามารถเชื่อมโยงถึงกันได้ด้วยระบบอินเทอร์เน็ต โดยมนุษย์สามารถสั่งการและควบคุมการ ใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้ ซึ่ งแนวคิดนี้ถูกกล่าวถึงครั้งแรกในปี ค.ศ. 1999 โดย Kevin Ashton ผู้ ร่วมก่อตั้งโครงการ Auto-ID ในสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ ( MIT) ซึ่งต่อยอดมาจากเทคโนโลยี radio-frequency identification (RFID) ปัจจัยที่สำคัญในการทำให้เกิด IoT คือการบรรจุอุปกรณ์สมองฝังตัว ( Embedded System Device) เข้ าไปในอุปกรณ์ อิ เล็กทรอนิ กส์ ต่ าง ๆ เพื่ อให้ เกิ ด wireless sensor network (WSN) สำหรับอุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถเชื่อมต่อเข้าถึงกันได้ และสามารถตรวจวัดค่าที่สนใจ เช่น อุณหภูมิ ความดัน ระดับฝุ่ น แล้วส่ งมายังส่วนสมองกล เพื่อส่งต่อมายังส่วนประมวลผลกลางและฐานข้อมูล ผ่ านเครือข่ ายอิ นเทอร์ เน็ต โดยในยุคหลัง 2000 มี การผลิ ตอุปกรณ์ อิ เล็กทรอนิ กส์ ที่ ถูกฝัง RFID Sensors และเริ่ มมี การใช้ คำว่ า Smart เช่ น Smart Phone, Smart TV, Smart Home ระบบ IoT สามารถติ ดตามข้ อมูลและสั่ งงานจากทางไกลได้ แบบ Real-Time และสามารถประยุกต์ ใช้ ประโยชน์ได้ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่ น การเกษตร การแพทย์และการผลิต เป็นต้น
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy MTQ0NjMy