รายงานประจำปี ๒๕๖๒ สำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น
รายงานประจ�ำปี ด�ำเนินการทางวินัยให้แล้วเสร็จภายในสองปีนับแต่วันที่มีค�ำพิพากษาถึงที่สุดหรือมีค�ำวินิจฉัย ถึงที่สุดหรือมีมติ แล้วแต่กรณี การด�ำเนินการทางวินัยตามวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม ถ้าผลการสอบสวนพิจารณาปรากฏว่าผู้นั้นกระท�ำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงก็ให้งดโทษ ความในมาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่ข้าราชการพลเรือนสามัญซึ่ง ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามมาตรา ๑๐๑” มาตรา ๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๐๐/๑ แห่ง พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ “มาตรา ๑๐๐/๑ ในกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐมีมติชี้มูล ความผิดข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใด ซึ่งออกจากราชการแล้ว การด�ำเนินการทางวินัยและ สั่งลงโทษแก่ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้นั้นให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ก�ำหนดไว้ ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หรือกฎหมาย ว่าด้วยมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แล้วแต่กรณี การด�ำเนินการทางวินัยตามวรรคหนึ่ง หากปรากฏว่าผู้นั้นกระท�ำผิด วินัยอย่างไม่ร้ายแรง ก็ให้งดโทษ” โดยเหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อให้การด�ำเนินการ ทางวินัย แก่ข้าราชการฝ่ายพลเรือนประเภทต่าง ๆ ซึ่งออกจากราชการ เป็นมาตรฐาน เดียวกัน และสอดคล้องกับกฎหมายขององค์กรตรวจสอบการทุจริต ๒.๓ มาตราพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่เกี่ยวข้อง ที่ด�ำเนินการแก้ไขมาตรฐานกลางไปในคราวเดียวกัน ได้แก่ มาตรา ๑๑๔ บัญญัติว่า “ผู้ใดถูกสั่งลงโทษตามพระราชบัญญัตินี้หรือ ถูกสั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา ๑๑๐ (๑) (๓) (๕) (๖) (๗) และ (๘) ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์ ต่อ ก.พ.ค. ภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบ หรือถือว่าทราบค�ำสั่ง การอุทธรณ์และการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็น ไปตามที่ก�ำหนดในกฎ ก.พ.ค.” มาตรา ๑๒๒ บัญญัติว่า “ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดมีความ คับข้องใจอันเกิดจากการปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติต่อตนของผู้บังคับบัญชา และเป็นกรณีที่ไม่อาจ อุทธรณ์ตามหมวด ๙ การอุทธรณ์ได้ผู้นั้นมีสิทธิร้องทุกข์ได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก�ำหนดไว้ในหมวดนี้” 58 รายงานประจ�ำปี ๒๕๖๒
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy MTQ0NjMy