แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศ พ.ศ.2559-2563
139 (4.2) กำหนดรูปแบบการสำรองข้อมูลให้เหมาะสมกับข้อมูลที่จะทำการ สำรอง เช่น การสำรองข้อมูลแบบเต็ม (full backup) หรือการ สำรองข้อมูลแบบส่วนต่าง (incremental backup) (4.3) บันทึกข้อมูลที่ เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการสำรองข้อมูล ได้แก่ ผู้ดำเนินการ วัน/เวลาชื่อ ข้อมูลที่สำรอง สำเร็จ/ไม่สำเร็จ เป็นต้น (4.4) ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดของระบบว่ามีการสำรองข้อมูลไว้อย่าง ครบถ้วน เช่น ซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับระบบสารสนเทศ ข้อมูล คอนฟิกกูเรชัน ข้อมูลในฐานข้อมูล เป็นต้น (4.5) จัดเก็บข้อมูลที่สำรองนั้นในสื่อเก็บข้อมูล โดยมีการพิมพ์ชื่อบนสื่อ เก็บข้อมูลนั้นให้สามารถแสดงถึงระบบซอฟต์แวร์ วันที่ เวลาที่ สำรองข้อมูล และผู้รับผิดชอบในการสำรองข้อมูลไว้อย่างชัดเจน (4.6) จัดเก็บข้อมูลที่สำรองไว้นอกสถานที่ ระยะทางระหว่างสถานที่ที่ จัดเก็บข้อมูลสำรอง กับหน่วยงานควรห่างกันเพียงพอ เพื่อไม่ให้ ส่งผลกระทบต่อข้อมูลที่จัดเก็บไว้นอกสถานที่นั้นในกรณีที่เกิดภัย พิบัติกับหน่วยงาน เช่น ไฟไหม้ เป็นต้น (4.7) ดำเนินการป้องกันทางกายภาพอย่างเพียงพอต่อสถานที่สำรองที่ ใช้จัดเก็บข้อมูลนอกสถานที่ (4.8) ทดสอบบันทึกข้อมูลสำรองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อตรวจสอบว่ายังคง สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตามปกติ (4.9) จัดทำขั้นตอนปฏิบัติสำหรับการกู้คืนข้อมูลที่เสียหายจากข้อมูลที่ ได้สำรองเก็บไว้ (4.10) ตรวจสอบและทดสอบประสิทธิภาพและประสิทธิผลของขั้นตอน ปฏิบัติในการกู้คืนข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ (4.11) กำหนดให้มีการใช้งานการเข้ารหัสข้อมูลกับข้อมูลลับที่ได้สำรอง เก็บไว้ (5) จัดเก็บข้อมูลที่สำรองนั้นในสื่อเก็บข้อมูล โดยมีการพิมพ์ชื่อบนสื่อเก็บข้อมูลนั้นให้ สามารถแสดงถึงระบบซอฟต์แวร์ วันที่ เวลาที่สำรองข้อมูลและผู้รับผิดชอบในการสำรอง ข้อมูลไว้อย่างชัดเจน ข้อมูลที่สำรองควรจัดเก็บไว้ในสถานที่เก็บข้อมูลสำรองซึ่งติดตั้งอยู่ ที่สถานที่อื่น และต้องมีการทดสอบสื่อเก็บข้อมูลสำรองอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือตามความเหมาะสมโดยคำนึงถึงความเสี่ยงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น (6) ต้องจัดทำแผนเตรียมความพร้อมกรณีฉุกเฉินในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการด้วยวิธีการ ทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้สามารถใช้งานสารสนเทศได้ตามปกติอย่างต่อเนื่อง โดย มีการกำหนดหน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy MTQ0NjMy