โครงการศึกษาประวัติสวนทุเรียนนนท์ ฯ
41 จากสถานการณ์น้าท่วม เมื่อปี พ.ศ. 2554 ดังกล่าว ได้เกิดผลกระทบกับสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ทั้ง 12 สวนด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ นนทบุรี ที่มีที่ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนคร ปากเกร็ด ฝั่งตะวันออกของแม่น้าเจ้าพระยา ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงกับอุทกภัยดังกล่าว แต่ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ นนทบุรี ได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยครั้งนั้น เพียง 7 วัน ก็สามารถ ป้องกันน้าท่วมสวนได้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี องนายิกากิตติมาศักดิ์ มูลนิธิสวนสมเด็จ พระศรีนครินทร์ฯ ทรงทราบสถานการณ์ จากการรายงานการดาเนินงานของ สวนสมเด็จพระศรี นครินทร์ นนทบุรี ในการประชุมสมัยสามัญประจาปี 2555 คณะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2555 ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา กรุงเทพมหานคร ทรงมีพระราชดาริให้ผู้ว่าราชการ จังหวัดนนทบุรี(นายวิเชียร พุทธิวิญญู ในขณะนั้น) รับไปพิจารณาอนุรักษ์ทุเรียนของจังหวัดนนทบุรี และได้พิจารณาให้สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ นนทบุรี นาทุเรียนที่ประสบปัญหาน้าท่วม จากพื้นที่ฝั่ง ตะวันตกริน้าเจ้าพระยามาอนุรักษ์ไว้ที่สวนฯ เนื่องจากน้าไม่ท่วม และด้วยพระราชดาริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่มีต่อพันธุ์ ทุเรียนและชาวสวนทุเรียนนทบุรี ทางผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีจึงได้น้อมเกล้าฯ รับพระราชดาริมา ดาเนินการตามพระราชประสงค์ ก่อให้เกิดโครงการต่างๆ เพื่อการอนุรักษ์ทุเรียนนนทบุรี ตามมา ดังเช่น โครงการอนุรักษ์สวนทุเรียนนนท์ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่มีรูปธรรมชัดเจนอีกทั้งยังคงการ ดาเนินการอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน ดังจะพบได้จากหลักฐานการประชุมคณะอนุกรรมการกาหนดแนว ทางการพัฒนาโครงการอนุรักษ์สวนทุเรียนนนท์ ที่มีการดาเนินการด้านต่างๆ ภายในสวนสมเด็จพระ ศรีนครินทร์ นนทบุรี ที่มีเทศบาลนครปากเกร็ด 22 เป็นหน่วยงานหลักในการดาเนินโครงการ ดังนั้น โครงการอนุรักษ์สวนทุเรียนนนท์จึงมีความสาคัญอย่างมาก และการอนุรักษ์พันธุ์ ทุเรียนนนท์ในบริเวณพื้นที่สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ นนทบุรี นั้นน่าจะมีความสาคัญและตรงกับ วัตถุประสงค์การจัดสร้างสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ที่ต้องการให้สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ นนทบุรี นั้นเป็นสถานที่รวบรวมพันธุ์พืชพื้นเมืองท้องถิ่นไว้เพื่อการอนุรักษ์และได้เป็นประโยชน์ต่อความรู้และ การศึกษาของประชาชนและบุคคลที่สนใจ รวมทั้งสอดคล้องกับพระราชปณิธานของสมเด็จย่าที่มีพระ ราชประสงค์ในการฟื้นฟูสภาพป่าไม้ และเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศ ดังที่พระองค์ทรงมีพระราช กระแสอยู่เสมอว่า “ฉันอยากจะปลูกป่า” เพื่อที่จะฟื้นฟูสภาพป่าไม้ของเมืองไทย ซึ่งกาลังเสื่อมโทรม ให้มีความอุดมสมบูรณ์ขึ้นอีกครั้ง เป็นป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้นานาพรรณทั้งที่เป็นไม้ใช้สอย ไม้ผล และไม้ดอกอันสวยงามเป็นแหล่งที่ชุ่มชื่นรื่นรมย์ ระบบนิเวศน์ที่เสื่อมโทรมก็จะฟื้นคืนสู่สภาพ เดิม (สานักงาน กปร,. 2539: 38) ซึ่งยังสอดคล้องกับพระราชดาริของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ 22 ดูข้อมูลได้จาก เอกสารภาคผนวก “รายงานการประชุม สามัญประจาปี 2555-2557 ของกรรมการมูลนิธิสวน สมเด็จพระศรีนครินทร์
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy MTQ0NjMy