โครงการศึกษาประวัติสวนทุเรียนนนท์ ฯ
39 ข้อความข้างต้นนั้นคือคาขวัญประจาจังหวัดนนทบุรี จะเห็นได้ว่าทุเรียนนนทบุรีนั้นเป็นผลไม้ ที่เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงจนกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของคาขวัญประจาจังหวัดนนทบุรี แต่ด้วย สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปทาให้ต่อการปลูกและผลผลิตของทุเรียนได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ทุเรียนนนท์ได้หายไปจากความนิยมในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เนื่องจากปริมาณและคุณภาพที่ใกล้เคียงกัน ของทุเรียนจากพื้นที่อื่นทั้งภาคตะวันออกและภาคใต้เข้ามาแทนที่ความนิยมและความต้องการที่มีต่อ ทุเรียนนนท์ อีกทั้งภัยพิบัติจากธรรมชาติก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทาให้ทุเรียนนนท์ได้รับผลกระทบไปด้วย ในเหตุภัยพิบัติน้าท่วมเมื่อปี พ.ศ. 2538 และมหาอุทกภัยเมื่อปี พ.ศ. 2554 สร้างความเสียหายต่อ ชาวสวนทุเรียนจากเดิมที่มีพื้นที่ในการปลูกทุเรียนอยู่ 3,475 ไร่ เหลือเพียง 43 ไร่ และปัจจุบัน สามารถให้ผลผลิตได้เพียง 16 ไร่ ส่งผลให้ทุเรียนนนท์ลดปริมาณลงไปจนเป็นที่เสียดายและเป็นที่น่าใจ หายของชาวสวนทุเรียนนนท์และประชาชนที่สนใจ (กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, 2555) นอกจากภัยพิบัติจากธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อสวน ทุเรียนนนท์ที่เเริ่มสูญหายและลดปริมาณลงไปอย่างน่าเป็นห่วงแล้ว ปัจจุบันนี้ด้วยการเกิดขึ้นของ หมู่บ้าน การตัดถนนใหม่หลายๆ สาย และความเจริญกลายเป็นสังคมเมืองที่เต็มไปด้วยขยะและมลพิษ ของจังหวัดนนทบุรี สภาพอากาศสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง ภาวะน้าเสียและอากาศที่ร้อนขึ้น รวมทั้ง การเปลี่ยนแปลงทางสังคม ก็ล้วนแต่มีส่วนที่ทาให้สวนทุเรียนนนท์เริ่มหายไปจากท้องถิ่น นอกจากปัจจัยภายนอกที่ทาให้การทาสวนทุเรียนนนท์เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงและสูญหายไป จากจังหวัดนนทบุรีแล้วนั้น ข้อมูลจากศูนย์การเรียนรู้เพื่ออนุรักษ์ทุเรียนพื้นบ้านนนทบุรียังแสดงให้ เห็นถึงสาเหตุอีกประการหนึ่งที่ทาให้สวนทุเรียนนนท์หายไปคือ การที่ลูกหลานเจ้าของสวนทุเรียน นนท์ขาดช่วงไม่รับสืบทอดต่อภูมิปัญญาในการทาสวนทุเรียนนนท์ของบรรพบุรุษ อันเป็นผลมาจาก การที่เจ้าของสวนมักมีฐานะดี และมีกาลังทรัพย์มากเพียงพอที่จะส่งบุตรหลานให้เรียนหนังสือได้สูง เมื่อเรียนจบชั้นสูงก็มีงานการทาเป็นหลักแหล่ง รับราชการ ตารวจ ทหาร มีหน้ามีตาในสังคม ไม่มีเวลา ว่าง ทาให้ไม่หันหลังกลับไปดาเนินอาชีพชาวสวนที่ต้องอาศัยความอดทนและลาบากตรากตราทางาน หนักเหมือนบรรพบุรุษ เมื่อเวลาผ่านไปพ่อแม่ก็เริ่มสูงอายุมากขึ้นก็เริ่มทาสวนเองไม่ไหว สุดท้ายก็ ปล่อยสวนทุเรียนให้ทิ้งร้างไปโดยไม่มีการดูแล ทาให้เห็นว่าแท้จริงแล้วจานวนพื้นที่สวนทุเรียนที่ถูก ภัยพิบัติทางธรรมชาติทาลายนั้นยังน้อยกว่าสวนทุเรียนที่ถูกทิ้งซึ่งเป็นผลมาจากการไม่เหลียวแลของ ลูกหลานเจ้าของสวนเสียมากกว่า(กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, 2555) ด้วยสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงจากการเริ่มสูญหายของพันธุ์ทุเรียนนนท์อันเนื่องมาจากสภาวะ สิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติ ดังเช่นปัญหาอุทกภัยในปี 2538 และมหาอุทกภัย ปี 2554 สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีความห่วงใยเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบและมี
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy MTQ0NjMy