โครงการศึกษาประวัติสวนทุเรียนนนท์ ฯ

55 แต่ชุดดินธนบุรี ชั้นดินไม่เป็นไปตามธรรมชาติ เนื่องจากมีการขุดยกร่อง จากชุดดินบางกอก ทําให้ดิน ชั้นล่างขึ้นมาอยู่ด้านบนและยังมีการขุดลอกเอาดินในท้องร่องขึ้นมาทับถม (สุรสังกาศ, 2549) อาจ กล่าวได้ว่าชุดดินธนบุรีว่า เป็นตัวแทนของดินยกร่อง โดยการยกร่องทําให้ดินชั้นล่างขึ้นมาอยู่ข้างบน จึงทําให้การเรียงตัวของชั้นดินไม่ได้เป็นตามธรรมชาติ ที่มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงมาจากการยก ร่องบนชุดดินบางกอก หลังการยกร่องแล้วทําให้การเรียงตัวของชั้นดินเปลี่ยนแปลงไป (กรมพัฒนา ที่ดิน, 2529; ธิติมา, 2545) ดังนั้น จากการศึกษาพบว่า สมบัติของดินที่ได้จากการสํารวจในพื้นที่บริเวณสวนทุเรียนของ จังหวัดนนทบุรี คือ ชุดดินธนบุรี และชุดดินบางกอก ซึ่งกรมพัฒนาที่ดินระบุว่า ชุดดินบางกอก และ ชุดดินธนบุรีเป็นดินที่มีอินทรียวัตถุต่ํา แต่มีโพแทสเซียม (K) สูง และมีความอุดมสมบูรณ์ในระดับปาน กลาง โดยในการนําไปใช้ประโยชน์ในด้านการเกษตร ต้องทําการยกร่องเพื่อระบายน้ํา และปูองกันน้ํา ท่วม เพราะการยกร่องจะทําให้ดินมีการระบายน้ําดีขึ้น (กรมพัฒนาที่ดิน, 2539) ส่วนความสัมพันธ์ ระหว่าง pH กับธาตุอาหารพืชในดิน และชนิดของเนื้อดิน ค่า pH ที่ระดับ 5.5-8.5 จะพบธาตุ แคลเซียม แมกนีเซียม และโพแทสเซียม ซึ่งจะถูกดินที่เป็นกรดชะล้างออกไปได้ง่าย อีกทั้งดินที่มี อนุภาคดินเหนียวอยู่มาก จะมีค่า pH ที่สูงกว่าดินที่มีอนุภาคดินทรายและดินร่วนเป็นองค์ประกอบ (อนนท์, 2547) ดังนั้นการทําสวนทุเรียน ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ด้วยสาเหตุจากเนื้อดินเป็นดินเหนียว และมีโครงสร้างแบบก้อนเหลี่ยมที่มีขนาดเล็ก มีความละเอียดสูง ซึ่งส่งผลดินให้มีการระบายน้ําเลว ทําให้ต้องเป็นการทําสวนทุเรียนแบบยกร่องเพื่อช่วยในการระบายน้ําและปูองกันน้ําท่วมแล้ว ทั้งยัง พบว่าชุดดินธนบุรี และชุดดินบางกอกมีค่าปฏิกิริยาทางดินในระดับกรดอ่อน ถึงด่าง ซึ่งมีผลให้ โพแทสเซียมในดินมีสูง ดังนั้นในการใส่ปุ๋ยจึงควรเน้นที่อินทรียวัตถุที่มีอยู่ต่ํามากกว่าการเน้นด้านแร่ ธาตุมากจนเกินไป

RkJQdWJsaXNoZXIy MTQ0NjMy