คู่มือแนวทางการปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐฯ ตามมาตรา ๑๐๓

สํานักงาน ป.ป.ช. 57 สภาผูแทนราษฎร ประธานวุฒิสภาหรือประธานสภาทองถิ่นที่เจาหนาที่ ของรัฐผูนั้นเปนสมาชิก แลวแตกรณี ในทันทีที่สามารถทําได เพื่อใหวินิจฉัย วา สมควรที่จะใหรับทรัพยสินฯ หรือไม ในกรณีที่มีคําสั่งไมใหรับทรัพยสินฯ ก็ใหผูรับคืนทรัพยสินฯ ที่รับใหกับผูใหทรัพยสินในทันที และถาไมสามารถ คืนทรัพยสินใหกับผูใหได ก็จะตองสงมอบทรัพยสินหรือประโยชนฯ ใหกับ หนวยงานที่ตนสังกัดโดยเร็ว (ในทันทีที่สามารถคืนได) ๒.๓ เจาหนาที่ของรัฐที่ไดมีการรับทรัพยสินหรือประโยชน อื่นใด ที่เปนการฝาฝนการรับทรัพยสินฯ ตามที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ วาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต ในมาตรา ๑๐๓ จะตองไดรับ โทษตามที่กฎหมายไดบัญญัติไวใน มาตรา ๑๒๒ ไดแกโทษจําคุก ไมเกิน สามป ปรับไมเกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ การรับทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดของเจาหนาที่ของรัฐ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต ไดกําหนดหลักการในการรับทรัพยสินไวเพื่อปองกันมิใหเจาหนาที่ของรัฐ เกิดประโยชนทับซอนหรือเกิดการขัดกันระหวางประโยชนสวนบุคคลและ ประโยชนสวนรวม จากการไดรับทรัพยสินฯจากบุคคลใดๆ แลวไดนําความ สัมพันธในสวนตนที่เกิดขึ้นจากการรับทรัพยสินนี้ เขาไปมีอิทธิพลในการ ดําเนินการหรือวินิจฉัยสั่งการ ในการใชอํานาจหนาที่ของเจาหนาที่ของรัฐ ซึ่งหากเกิดเหตุการณเหลานี้ขึ้น ก็จะสงผลกระทบตอการบริหารราชการ แผนดินและจะสงผลกระทบตอสังคมสวนรวมอยางยิ่ง 103_p1-84_pc14.indd 57 26/2/2556 22:00:44

RkJQdWJsaXNoZXIy MTQ0NjMy