คู่มือการปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐฯ ตามมาตรา ๑๐๐
สํานักงาน ป.ป.ช. 35 ในลักษณะดังกลาว ทําใหเจาหนาที่ของรัฐจะไดรับประโยชนจากสัญญาหรือเปนผูมี สวนไดเสียในสัญญา เปนตน ๓.๒.๑.๖ เขาไปมีสวนไดเสียในฐานะตางๆ (เปนกรรมการ ที่ปรึกษา ตัวแทน พนักงานหรือลูกจาง) ในธุรกิจของเอกชนซึ่งอยูภายใตการกํากับ ดูแลควบคุมหรือตรวจสอบของหนวยงานของรัฐ ที่เจาหนาที่ของรัฐผูนั้นสังกัดอยู หรือปฏิบัติหนาที่ในฐานะที่เปนเจาหนาที่ของรัฐ ซึ่งโดยสภาพของผลประโยชนของ ธุรกิจเอกชนนั้น อาจขัดแยงกับประโยชนสวนรวมหรือประโยชนของทางราชการ หรือกระทบตอความมีอิสระในการปฏิบัติหนาที่ของเจาหนาที่ของรัฐผูนั้น ๓.๒.๑.๖.๑ ในฐานะเปนกรรมการ การเขาไปมีสวนไดเสียในฐานะเปนกรรมการในธุรกิจของเอกชน หมายถึงการที่เจาหนาที่ของรัฐที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไดประกาศกําหนดตําแหนง หามมิใหดําเนินกิจการที่เปนการขัดกันระหวางประโยชนสวนบุคคลและประโยชน สวนรวม ซึ่งไดแก นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ผูบริหารทองถิ่น รองผูบริหารทองถิ่น ไดเขาไปเปนกรรมการในธุรกิจของเอกชนและสงผลทําใหเกิดการขัดแยงกัน ในการทํา หนาที่ของเจาหนาที่ของรัฐที่เปนกิจการของสวนรวมหรือสาธารณะกับกิจกรรมอันเปน หนาที่ในฐานะกรรมการในธุรกิจของเอกชน เชน รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีหนาที่กํากับ ดูแล ควบคุม หรือตรวจสอบสถาบันอุดมศึกษาเอกชน อันเปนธุรกิจที่อยูภายใตกํากับ ดูแล ควบคุมหรือตรวจสอบ การที่รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการไดดํารงตําแหนง นายกสภามหาวิทยาลัยในสถาบันอุดมศึกษาของเอกชน จึงถือวาเปนการเขาไปมีสวน ไดเสียในฐานะเปนกรรมการในธุรกิจของเอกชน ๓.๒.๑.๖.๒ ในฐานะเปนที่ปรึกษา การเขาไปมีสวนไดเสียในฐานะเปนที่ปรึกษาในธุรกิจของเอกชน หมายถึง การที่เจาหนาที่ของรัฐที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ไดประกาศกําหนดตําแหนง 100_p1-72_pc14.indd 35 26/2/2556 21:58:59
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy MTQ0NjMy