คู่มือการปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐฯ ตามมาตรา ๑๐๐

สํานักงาน ป.ป.ช. 33 หุนสวนประเภทจํากัดความรับผิด ยังไดผลประโยชนจากผลกําไรจากหางหุนสวนจํากัด ที่เปนการไดมาจากการทํามาการคาขายของหางฯนั้น เชนกัน ๓.๒.๑.๔ การถือหุนในบริษัท การเปนผูถือหุนในบริษัท หมายถึง การที่เจาหนาที่ของรัฐในตําแหนง ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ไดประกาศกําหนด หามมิใหมีการกระทําที่เปนการขัดกัน ระหวางประโยชนสวนบุคคลและประโยชนสวนรวม ไดเขาไปลงทุนโดยการมีหุนใน บริษัทตามทะเบียนผูถือหุน และบริษัทที่มีเจาหนาที่ของรัฐมีหุนอยูนั้น ไดเขามาเปน คูสัญญากับหนวยงานของรัฐที่เจาหนาที่ของรัฐ ในตําแหนงนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ผูบริหารทองถิ่นหรือรองผูบริหารทองถิ่นนั้นปฏิบัติหนาที่ในฐานะที่เปนเจาหนาที่ของรัฐ ซึ่งมีอํานาจกํากับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบหรือดําเนินคดี ๓.๒.๑.๕ รับสัมปทานหรือคงถือไวซึ่งสัมปทานหรือเขาเปน คูสัญญาอันมีลักษณะเปนการผูกขาดตัดตอนหรือเปนหุนสวนหรือผูถือหุนในหาง หุนสวนหรือบริษัทที่รับสัมปทานหรือเขาเปนคูสัญญาในลักษณะดังกลาว สัญญาสัมปทาน หมายถึง สัญญาที่เอกชนไดรับอนุญาตจากรัฐ ใหดําเนินการตางๆ ดังตอไปนี้ ๓.๒.๑.๕.๑ สัญญาที่รัฐอนุญาตใหเอกชนจัดทําบริการสาธารณะ เชน สัญญาสัมปทานรถไฟฟา สัญญาสัมปทานในกิจการโทรคมนาคม ๓.๒.๑.๕.๒ สัญญาที่รัฐใหเอกชนรวมลงทุนในกิจการของรัฐ ๓.๒.๑.๕.๓ สัญญาที่รัฐใหเอกชนแสวงหาประโยชนจากทรัพยากร ธรรมชาติ เชน การทําเหมืองแร การทําโรงโมหิน รังนกอีแอน เปนตน การรับสัมปทานจากรัฐ หมายถึง การที่เจาหนาที่ของรัฐในตําแหนงที่ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ไดประกาศกําหนดตําแหนงหามมิใหมีการดําเนินกิจการที่เปน การขัดกันระหวางประโยชนสวนบุคคลและประโยชนสวนรวม ซึ่งไดแก นายกรัฐมนตรี 100_p1-72_pc14.indd 33 26/2/2556 21:58:58

RkJQdWJsaXNoZXIy MTQ0NjMy